charity

บินเดี่ยวไปกับสายลม 2556

posted on 15 May 2013 12:48 by dhamweb in charity directory Travel, Diary
ทริปบินเดี่ยวไปกับสายลม คือการเดินทางเพื่อแบ่งปันรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวไทยบนดอยสูง ไปกันมาหลายรอบจนไม่แน่ใจว่าเป็นทริปที่เท่าไร บางทริปก็มีบันทึกไว้ในหน้าบล็อก "บินเดี่ยวไปกับสายลม" บางทริปก็ไม่มีปรากฏ ดังนั้นทริปครั้งนี้จึงใช้ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นเครื่องหมายเพื่อกำหนดรู้ถึงวาระแห่งการเดินทาง
 
ผู้ร่วมการเดินทางครั้งนี้ประกอบด้วยสี่ชีวิตคือ ข้าพเจ้า หลวงพี่เชอร์รี่ หลวงพี่เล็ก และโยมวิทย์ ระยะเวลา ๕ วัน ตั้งแต่ ๒๑ - ๒๕ เมษายน ๒๕๕๖
 
ครั้งนี้ได้ตัดต่อวีดีโอแทนการบรรยายด้วยภาพ ขอเชิญชมกันได้เลย (ทริปนี้มีชื่อเล่นว่า เพียบแปล้ ตะลุยดอย เพราะขนคนขนของไปเกินพิกัด เพียบแปล้จนรถแหนบหักเลยทีเดียว)
 
 
ภาพส่วนมากอยู่ที่ Google Plus ตามลิงก์นี้ไป
 
รายชื่อผู้ร่วมทำบุญ และงบประมาณตลอดทริปนี้
 
 
หลังจากกลับมาแล้ว มีภารกิจเพิ่มเติมคือหารองเท้านักเรียนให้เด็กๆ ที่บ้านห้วยมะน้ำ
ภาพการนำรองเท้านักเรียนและถุงเท้าไปถวายพระอาจารย์ฮวดที่ขนส่งหมอชิตเพื่อนำไปแจกเด็กๆ บนดอย ดูได้ที่ ตามลิงก์นี้ไป
 
ได้รองเท้าจาก PAN ๑๒๐ คู่ พร้อมถุงเท้า ๓๖๐ คู่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง รายละเอียดดูใน sheet
 
 
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ร่วมบุญ และขอให้ทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านได้โปรดอนุโมทนาเทอญ
บุญรักษาครับ
 
เอนทรี่ก่อนหน้า แนะนำหลวงพี่ใจดี ให้รู้จักกันไปแล้ว ตอนนี้มาส่งข่าวว่ากำลังพิมพ์เป็นเล่มครับ เล่มบางๆ เล่มละ ๑ ตอน สั่งพิมพ์ไปแล้ว ตอนละ ๑ พันเล่ม
รายละเอียดไปดูได้ที่เว็บ มหาโอ๊ทดอทคอม ตอน บอกบุญสร้างหนังสือธรรมะ ชุดหลวงพี่ใจดี สอนธรรมได้ครับ
 
จากนี้ไปเป็นการทวีตรัวๆ บอกบุญ
 
บุญรักษาครับ
ช่วงนี้เป็นฤดูนิยมถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนเนื่องจากใกล้จะเข้าพรรษาแล้ว นำคำถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนมาฝาก
 
นักเรียน ร.ร.วัดใหญ่ชัยมงคล ถวายเทียนพรรษา ณ วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา

คำถวายเทียนพรรษา

อิมัง ภันเต พุทธปูชายะ วัสสะคะตัง ปะทีปัง สังฆัสสะ (ถ้าถวายแก่แม่ชีว่า สีละวันเตสัง) 
โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต อิมัง วัสสะคะตัง ปะทีปัง ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัญจะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ เปตานัง สัพเพสัญจะ เทวะตานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.


แปล

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ซึ่งเทียนประจำพรรษาเล่มนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชา แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ (ถ้าถวายแม่ชีว่า แด่ท่านผู้ทรงศีล ขอท่านผู้ทรงศีลจงรับ) ซึ่งเทียนประจำพรรษาเล่มนี้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่บิดามารดา ญาติสาโลหิตมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ยังปรโลกด้วย กับเทพยาดาทั้งหลาย ทั้งปวง สิ้นกาลนาน เทอญ.

คำถวายผ้าอาบน้ำฝน

อิมานิ มะยัง ภันเต 
วัสสิกะสาฏิกานิ สะปะริวารานิ 
ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ 
สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ 
อิมานิ วัสสิกะสาฏิกานิ สะปะริวารานิ 
ปะฏิคคันหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ 
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าอาบน้ำฝนกับบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระภิกษุสงฆ์ 
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับผ้าอาบน้ำฝนกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย 
เพื่อประโยชน์สุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ)
 
บุญรักษา

หายหน้าหายตาไปจากวงการบล็อกเป็นเวลากว่า ๑ เดือน เรียกว่าเป็นช่วงดองบล็อกมาราธอนที่สุดเท่าที่เคย เหตุเป็นเพราะ ๑ ไปต่างจังหวัด ๒ ย้ายกุฏิใหม่พึ่งติดตั้งอินเทอร์เน็ต ๓ ระบบโทรศัพท์ที่วัดขัดข้อง เลยออนไลน์ได้เฉพาะผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น งานการด้านออนไลน์เลยแทบไม่ได้แตะเลยทีเดียว

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานอกจากไป หมู่บ้านสบลาน แล้ว ยังมีโอกาสเดินทางไปแม่ฮ่องสอนด้วย คือได้รับนิมนต์จากสถาบันอาศรมศิลป์ให้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับปกาเกอะญอ ในการลงพื้นที่ศึกษาวิชาสุนทรียะ และวิชาถอดรหัส ที่บ้านแม่กองคา อ.สบเมย

แต่ว่าเรื่องราวระหว่างเชียงใหม่ ถึงแม่กองคานั้น มีอะไรน่าจดจำและนำมาเขียนไว้ในบล็อกนี้ด้วย คือหลังจากที่ร่วมประชุมตั้งโรงเรียนที่สบลานเสร็จได้เดินทางไปแม่ฮ่องสอนก่อนที่คณะจากอาศรมศิลป์จะมาถึง ใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า อยากไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ เพราะหลวงพี่เอท่านรับไปจำพรรษายังโตแฮ ที่ได้สร้างที่พักสงฆ์ไว้เมื่อคราว "บินเดี่ยวไปกับสายลม 1.0"  แต่โดยไม่คาดคิด หลวงพี่เชอร์รี่ที่แยกย้ายกันไปหลังจาก "บินเดี่ยวไปกับสายลม 2.0" เมื่อต้นปี ท่านกำลังตระเวนดอยอยู่ทางแม่ฮ่องสอนพอดี

ไปแม่ฮ่องสอนคราวนี้ก็เช่นเคย ได้อาศัยวัดจอมทองหนึ่งในพระธาตุสี่จอมแห่งแม่สะเรียงเป็นที่พักและเตรียมตัวตะลุยดอย โดยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากครูบาอินสม เจ้าคณะอำเภอสบเมย เจ้าอาวาสวัดจอมทอง และโดยเฉพาะหลวงลุงสุพล เลขาของครูบา ได้เตรียมการต้อนรับอย่างดียิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณทั้งสองท่านด้วยความเคารพยิ่ง

 หลวงพ่อโตยอดเขาวัดจอมทอง

พักรอหลวงพี่รี่คืนหรือ ๒ คืนไม่แน่ใจแล้ว หลวงพี่รี่ พร้อมด้วยพระอาจารย์ตือ ท่านก็ลงดอยมาด้วยรถที่สภาพไม่น่าจะรอดลงดอยมาได้ มาสด้าแฟมีเลียเก่าๆ โทรมๆ ที่ต่อมาได้ฉายาว่าเจ้า "เพียบแปล้ ตะลุยดอย"

 เพียบแปล้ ตะลุยดอย

หลังจากเปิดโอาสให้ท่านรี่ได้พักทั้งพระ พักทั้งรถ พร้อมทั้งเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อไปตะลุยดอยกันต่อ วันที่ ๙ พฤษภาคม ฤกษ์สะดวก ยามสบาย พวกเรา หมายถึงหลวงพี่รี่ พระอาจารย์ตือ และมหาโอ๊ท ก็พากันขนอุปกรณ์ขึ้นรถอีกครั้ง ของที่ขนไปนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถขนขึ้นไปยัดทะนานอยู่บนรถคันเล็กๆ ได้หมด ทั้งน้ำแข็งร่วมร้อยกิโล ถังแก็สหุงต้มขนาด ๑๕ กิโล ๒ ถัง ขนมปังหั่นแล้วจำนวนมาก น้ำแดงอย่างดีอีกเป็นลัง ชาโบราณ นมข้นหวาน นมจืด ปลาทูเค็มหลายลัง กุนเชียงอีกหลายกิโล ต้นไม้ต้นไร่ และอะไรๆ อีกก็ไม่ทราบ มันลานตาไปหมด ขนกันจนเพียบแปล้ ซึ่งก็เป็นที่มาของฉายาของรถคันเก่งคันนี้นี่เอง

พระอาจารย์ตือบนหลังคาเจ้าเพียบแปล้

พระอาจารย์ตือถึงกับต้องปีนไปผูกของบนหลังคา สังเกตหลังคาแอ่นน่ากลัวทีเดียว

หลังรถเพียบสมชื่อ เหลือที่ว่างนิดเดียว

ด้านในก็เต็มเอียด ตรงที่ว่างนั้นเว้นไว้ให้พระอาจารย์ตือนั่งตามความประสงค์ของท่าน

ขนมปังจำนวนมาก

อาวุธหลัก ขนมปังหั่น เต็มรถ

รถพร้อม กายพร้อม ใจพร้อม บินเดี่ยวจึงได้เดินทางไปกับสายลมอีกครั้ง ภารกิจครั้งนี้คือ ไปส่งพระอาจารย์ตือที่จะไปจำพรรษาที่บ้านทิฮือลือ ไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ แวะเยี่ยมเยียนพระธรรมจาริกตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ผ่านพร้อมกับนำของอร่อยๆ หายากมากๆ บนดอย คือ "ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" ไปเลี้ยงเด็กๆ พร้อมด้วยนำเอกสารสิทธิ์ของวัดบ้านซีวาเดอไปส่งให้พ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน

"ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" พวกเราๆ ที่อยู่กันในเมืองคงคิดว่าธรรมด๊า ธรรมดา แต่บนดอยไม่ใช่ธรรมดาเลยครับ เชื่อหรือไม่บางคนไม่เคยทานเลยตลอดชั่วชีวิต ก็จะมีใครบ้าเลือดขนาดพวกเราที่ลงทุนขนน้ำแข็งขึ้นไปบนดอยสูงเสียดฟ้า ไกลลิบเกือบหลุดเขตประเทศไทย งานนี้ต้องให้เครดิตหลวงพี่รี่ที่คิดเมนูได้เลิศจริงๆ ขอคารวะด้วยชาเย็น ๑ จอก

เราออกเดินทางกันบ่ายแก่ๆ มุ่งหน้าไปทาง อ.สบเมย แล้วไปเลี้ยวแยกเข้าทางไหนก็สุดจะจำชื่อได้ แถวๆ นี้ ชื่อจำยากครับ เป็นภาษาปกาเกอะญอซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่นานเราก็ล่วงมาถึงจุดเริ่มต้นของความโหด มัน ฮา ที่น้ำตกห้วยแม่แสด ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เจ้าเพียบแปล้ที่เคยสีสันสดใส ก็มีคราบไคลเกาะเต็มตัวซะแล้ว

 ป้ายน้ำตกห้วยแม่แสด กับรถเลอะๆ

พ้นจากจุดนี้ไป เป็นทางชัน และฝุ่นหนาเตอะ แค่เนินแรกเราก็ได้ลองรถกันแล้ว ลองครั้งแรกปรากฏว่าไม่ผ่านครับ แถมข้าพเจ้ายังถูกอัปเปหิลงจากรถด้วยเหตุผลที่ว่า "ต้องลดน้ำหนักบรรทุก" แล้วออกแรงเดินขึ้นเนินไปล่วงหน้าเป็นครั้งแรก ซึ่งยังมีอีกมากมายหลายครั้งตามมา งานนี้แทบจะเดินมากกว่านั่งรถด้วยกระมัง

เดินขึ้นไปก่อนได้โอกาสก็เตรียมกล้องกะจะเก็บภาพตอนเจ้าเพียบแปล้พ้นเนินขึ้นมา ถ่ายไปหลายคลิป ตามที่มีเสียงรถขึ้นเนินมา แต่ที่ไหนได้เป็นรถคนอื่นๆ ทั้งนั้น กว่าเจ้าเพียบแปล้จะขึ้นมาได้ก็มีรถคันอื่นที่ส่วนมากเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแซงมาหลายต่อหลายคัน ในที่สุดเจ้าเพียบแปล้ก็พาทีมงานฝุ่นตลบขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

เดินบ้าง นั่งรถบ้าง เราผ่านเนินแล้ว เนินเล่า หมู่บ้านแล้ว หมู่บ้านเล่า เจ้าเพียบแปล้ก็มีอาการงอน ประท้วงเล็กๆ น้อย จนมาถึงบ้านเซอะเมอะหลวง มหาโอ๊ทที่เดินขึ้นเนินล่วงหน้ามาก่อนถึงกับต้องเดินย้อนลงไปดูว่าทำไมเจ้าเพียบแปล้ถึงยังไม่ขึ้นมาที จนที่สุดคณะเราทั้ง ๓ ถึงกับต้องเดินเท้ากันทั้งหมด แล้วขอแรงชาวบ้านที่ชำนาญกว่าให้ขับพาเจ้าเพียบแปล้ขึ้นเนินไปจนได้

จากเซอะเมอะหลวง เราไปเจอหนักๆ กันอีกทีที่บ้านน้ำออกฮู ( แต่ข้าพเจ้ายินดีเรียกว่า ลมออกหู ) แค่ต้นเนินเชิงดอยขึ้นหมู่บ้าน ข้าพเจ้าก็ต้องอัปเปหิตัวเองลงมาเดินเท้าอีกครั้ง ทีแรกคิดว่าคงเนินสั้นๆ เหมือนทุกๆ เนินที่ผ่านมา แต่ที่ไหนได้นี่มันดอยชัดๆ ไม่ใช่เนิน

เกือบครึ่งชั่วโมงข้าพเจ้าก็ขึ้นมานั่งลมออกหูอยู่ที่หมู่บ้านน้ำออกฮูเป็นที่เรียบร้อย ชาวบ้านน่ารักมากครับ กุลีกุจอหาน้ำหาท่ามาให้ข้าพเจ้าและพระอาจารย์ตือที่เดินมาทีหลัง แต่ชาวบ้านผ่านมารับขึ้นมอเตอร์ไซค์มารออยู่ก่อนแล้ว

เจ้าเพียบแปล้ ขึ้นมาได้ด้วยอาการไม่ครบ ๓๒ อาศัยได้ชาวบ้านที่มีความรู้ทางช่างช่วยกันดู ปรากฏว่าสายหัวเทียนร้อนจัด เสียไป ๒ เส้น รถเลยไม่ค่อยมีแรง ดีว่าท่านรี่มีอะไหล่สำรองไปด้วย ก็ของเก่าที่พึ่งเปลี่ยนออกก่อนขึ้นดอยมานั้นเอง แถมด้วยอาการสตาร์ทไม่ติด ต้องใช้วิธีเข็น หรือไม่ก็ไหลกระตุก

 พระอาทิตย์ตกบนดอยน้ำออกฮู

พระอาทิตย์ตกที่น้ำออกฮูพอดี

ซ่อมรถ

ชาวบ้านใจดี ช่วยดูแลเจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย

สายหัวเทียนละลาย

สายหัวเทียนละลาย ตัวการสำคัญที่ทำให้เพียบแปล้หมดเรี่ยวแรง

ในที่สุดเจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย ก็พาพวกเรามาจนถึงสำนักป่าบ้านทิฮือลือจนได้เมื่อเวลาราวๆ ๒-๓ ทุ่ม คุยกับชาวบ้านสักพัก สรงน้ำสรงท่าพอให้สบายตัว ไม่นานก็จำวัด หลับเป็นตายขนาดที่ว่าหัวถึงหมอนปุ๊ป นาฬิกาปลุกดังปั๊ป ช่วงที่หลับนั้นเหมือนกับหายไปจากชีวิตทีเดียว

ป้ายสำนักป่าบ้านทิฮือลือเวลาค่ำคืน

การเดินทางตามแบบฉบับ "บินเดี่ยวไปกับสายลม" ครั้งนี้ยังไม่จบ เจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย จะพาเราพิชิตภารกิจทั้งหมดได้หรือไม่ มหาโอ๊ทจะต้องลงเดินขึ้นเนินอีกกี่ครั้ง ขนมปังน้ำแดงจะพบกับเด็กๆ เมื่อไร โปรดติดตามตอนต่อไป

บุญรักษาครับ

 

ตามที่บอกไว้ในเอนทรี่ก่อนหน้านี้ว่าจะมาแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าของการสร้างโรงเรียนและวัดบ้านสบลาน ที่หูมบ้านปกาเกอะญอบ้านสบลาน สะเมิง เชียงใหม่ ที่ตอนนี้หลวงพี่โอ๊ท ไป ๆ มา ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ หลายรอบแล้ว

 

โรงเรียนมงหลังคาเสร็จแล้ว

อาคารโรงเรียนตอนนี้มุงหลังคาเสร็จแล้ว จากเดิมทีโหว่ ๆ อยู่ ด้านที่มุงเพิ่มใช้ใบก๊อะมุงเห็นเป็นเส้น ๆ คล้าย ๆ ใบจากนั้นเอง นอกจากนั้น ยังมุงครอบกลางตรงสันหลังคา ( เรียกว่าอะไรหว่า ? ) แล้วด้วยวัสดุธรรมชาติเช่นกัน มุงเสร็จ ครอบเสร็จ นำไม้ไผ่คาดทับอีกทีเป็นอันเรียบร้อย

ส่วนที่ทำอยู่แต่ไม่เห็นในภาพคือ กำลังเตรียมไม้พื้นสำหรับมาปูแทนไม้ไผ่ฟาก และทำโต๊ะเขียนหนังสือจำนวนหนึ่ง

ห้องน้ำมุงหลังคาแล้ว

ส่วนของห้องสุขา ที่คราวก่อนเป็นสุขาแบบชมดาว ชมเดือน เพราะไม่มีหลังคานั้น บัดนี้ ได้ทำการมุงสังกะสีเกือบเรียบร้อยแล้ว ขาดแต่ด้านชาย ๆ ๒ ด้าน กะสังกะสีขาดไป ๔ แผ่น เลยซื้อมาไม่พอ คราวหน้าคงเรียบร้อย อยากบอกว่าสังกะสีเดี๋ยวนี้แพงน่าดู ฟุตละ ๑๙ แล้ว แต่ก่อน ๑๐ - ๑๑ บาทเอง (T_T') แต่ช้าก่อน !! ห้องสุขาเรายังไม่เสร็จดี

ฝาหลังห้องน้ำยังไม่มี

ยังเป็นแบบชื่นชมธรรมชาติ คือฝาด้านหลังยังไม่มีครับ ต้องเอาผ้าใบฟ้า ๆ ที่เห็นกั้นกันความหวาดเสียว จริง ๆ ขึ้นไปอยู่รูปเดียวยังไม่มีคนอื่น ไม่น่าตัองกลัวโป๊ แต่ว่านะ มันหวิว ๆ พิกลครับ ขอกั้นผ้าสักนิดก็ยังดี ฝาด้านนี้รอไม้ปีก ที่เหลือจากการทำพื้นอาคารโรงเรียน จะได้สวย ๆ เหมือนกับด้านหน้าห้องสุขาที่เห็นได้ในรูปก่อนหน้าครับ

ต้องขออนุโมทนากับผู้ที่ร่วมบุญ ร่วมถวายทานมา ดังนี้

  1. @RinnaTheCat & BF ฿1,000
  2. คุณอังคณา ( หลิน ) ร้านบะหมี่กวางตุ้งเบตง ฿1,000
  3. หลาย ๆ ท่านที่ทำบุญผ่านหลวงพี่โอ๊ท ฿3,000
  4. ไม่ประสงค์ออกนาม ฿200
  5. ไม่ประสงค์ออกนาม ฿500
  6. Kittennoi ฿500
  7. นายธำรง เจียรดิษฐอาภรณ์ พ.ญ. นริสา อภิชาติบุตร ฿1,000
  8. เพื่อนหนุ่มของโยมโบ ฿2,000
  9. ครอบครัวขันธพร ฿340
  10. หนูปอมมี่ The Blind Book Worm ฿500

ยังไม่หมดครับ มียอดโอนเข้ามามากกว่านี้หน่อย แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร รวมยอดที่โอนกันมาแล้วทั้งหมด ประมาณ 12,000 บาท เช็คยอดลำบากหน่อยครับ เพราะเป็นบัญชีที่สะเมิง สมัคร iBanking ไปแล้ว แต่ดันทำ Username หายอีก เลยเช็คยอดไม่ได้ เอาเป็นว่าได้อยู่ประมาณนี้แล้วกัน

ยังไม่ปิดรับทำบุญนะครับ เปิดเรื่อย ๆ ถ้ารวมได้มาก ต่อไปจะจัดตั้งเป็นกองทุนเป็นหลักเป็นฐาน มีคณะกรรมการมาดูแลเพื่อความโปร่งใส ตั้งเป้าไว้ในใจว่าถ้าครบ 50,000 เมื่อไรคงได้ดำเนินการ ( ยังไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเลย ใครมีความรู้ขอคำแนะนำด้วยครับ )

ร่วมบุญกันได้ตามรายละเอียดนี้ครับ

  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะเมิง
  • บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่ 544 015402 8
  • ชื่อบัญชี พระนัธนิติ มานะทัต สุมโน
  • สำหรับการโอนผ่านเน็ต SWIFT Address BKKBTHBK
  • โอนจากสหรัฐอเมริกา Routing Number 026008691
  • หรือทำบุญออนไลน์ผ่าน PayPal ( ไม่จำเป็นต้องมีบัญชี PayPal แค่มีบัตรเครดิตก็ใช้ได้ครับ คลิ๊กที่ปุ่ม Donate เลย )

ขออนุโมทนากับทุก ๆ ท่าน เป็นภาษาปกาเกอะญอว่า "เบร่มื่อซาพรี - ขอให้อยู่ดีมีสุข" ทุกท่านครับ

บุญรักษา

 

ป.ล. มีบล็อกใหม่มาอวดครับ หมู่บ้านสบลาน แวะไปเยี่ยมกันบ้างนะครับ




Recommend