หายหน้าหายตาไปจากวงการบล็อกเป็นเวลากว่า ๑ เดือน เรียกว่าเป็นช่วงดองบล็อกมาราธอนที่สุดเท่าที่เคย เหตุเป็นเพราะ ๑ ไปต่างจังหวัด ๒ ย้ายกุฏิใหม่พึ่งติดตั้งอินเทอร์เน็ต ๓ ระบบโทรศัพท์ที่วัดขัดข้อง เลยออนไลน์ได้เฉพาะผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น งานการด้านออนไลน์เลยแทบไม่ได้แตะเลยทีเดียว

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานอกจากไป หมู่บ้านสบลาน แล้ว ยังมีโอกาสเดินทางไปแม่ฮ่องสอนด้วย คือได้รับนิมนต์จากสถาบันอาศรมศิลป์ให้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับปกาเกอะญอ ในการลงพื้นที่ศึกษาวิชาสุนทรียะ และวิชาถอดรหัส ที่บ้านแม่กองคา อ.สบเมย

แต่ว่าเรื่องราวระหว่างเชียงใหม่ ถึงแม่กองคานั้น มีอะไรน่าจดจำและนำมาเขียนไว้ในบล็อกนี้ด้วย คือหลังจากที่ร่วมประชุมตั้งโรงเรียนที่สบลานเสร็จได้เดินทางไปแม่ฮ่องสอนก่อนที่คณะจากอาศรมศิลป์จะมาถึง ใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า อยากไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ เพราะหลวงพี่เอท่านรับไปจำพรรษายังโตแฮ ที่ได้สร้างที่พักสงฆ์ไว้เมื่อคราว "บินเดี่ยวไปกับสายลม 1.0"  แต่โดยไม่คาดคิด หลวงพี่เชอร์รี่ที่แยกย้ายกันไปหลังจาก "บินเดี่ยวไปกับสายลม 2.0" เมื่อต้นปี ท่านกำลังตระเวนดอยอยู่ทางแม่ฮ่องสอนพอดี

ไปแม่ฮ่องสอนคราวนี้ก็เช่นเคย ได้อาศัยวัดจอมทองหนึ่งในพระธาตุสี่จอมแห่งแม่สะเรียงเป็นที่พักและเตรียมตัวตะลุยดอย โดยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากครูบาอินสม เจ้าคณะอำเภอสบเมย เจ้าอาวาสวัดจอมทอง และโดยเฉพาะหลวงลุงสุพล เลขาของครูบา ได้เตรียมการต้อนรับอย่างดียิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณทั้งสองท่านด้วยความเคารพยิ่ง

 หลวงพ่อโตยอดเขาวัดจอมทอง

พักรอหลวงพี่รี่คืนหรือ ๒ คืนไม่แน่ใจแล้ว หลวงพี่รี่ พร้อมด้วยพระอาจารย์ตือ ท่านก็ลงดอยมาด้วยรถที่สภาพไม่น่าจะรอดลงดอยมาได้ มาสด้าแฟมีเลียเก่าๆ โทรมๆ ที่ต่อมาได้ฉายาว่าเจ้า "เพียบแปล้ ตะลุยดอย"

 เพียบแปล้ ตะลุยดอย

หลังจากเปิดโอาสให้ท่านรี่ได้พักทั้งพระ พักทั้งรถ พร้อมทั้งเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อไปตะลุยดอยกันต่อ วันที่ ๙ พฤษภาคม ฤกษ์สะดวก ยามสบาย พวกเรา หมายถึงหลวงพี่รี่ พระอาจารย์ตือ และมหาโอ๊ท ก็พากันขนอุปกรณ์ขึ้นรถอีกครั้ง ของที่ขนไปนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถขนขึ้นไปยัดทะนานอยู่บนรถคันเล็กๆ ได้หมด ทั้งน้ำแข็งร่วมร้อยกิโล ถังแก็สหุงต้มขนาด ๑๕ กิโล ๒ ถัง ขนมปังหั่นแล้วจำนวนมาก น้ำแดงอย่างดีอีกเป็นลัง ชาโบราณ นมข้นหวาน นมจืด ปลาทูเค็มหลายลัง กุนเชียงอีกหลายกิโล ต้นไม้ต้นไร่ และอะไรๆ อีกก็ไม่ทราบ มันลานตาไปหมด ขนกันจนเพียบแปล้ ซึ่งก็เป็นที่มาของฉายาของรถคันเก่งคันนี้นี่เอง

พระอาจารย์ตือบนหลังคาเจ้าเพียบแปล้

พระอาจารย์ตือถึงกับต้องปีนไปผูกของบนหลังคา สังเกตหลังคาแอ่นน่ากลัวทีเดียว

หลังรถเพียบสมชื่อ เหลือที่ว่างนิดเดียว

ด้านในก็เต็มเอียด ตรงที่ว่างนั้นเว้นไว้ให้พระอาจารย์ตือนั่งตามความประสงค์ของท่าน

ขนมปังจำนวนมาก

อาวุธหลัก ขนมปังหั่น เต็มรถ

รถพร้อม กายพร้อม ใจพร้อม บินเดี่ยวจึงได้เดินทางไปกับสายลมอีกครั้ง ภารกิจครั้งนี้คือ ไปส่งพระอาจารย์ตือที่จะไปจำพรรษาที่บ้านทิฮือลือ ไปเยี่ยมหลวงพี่เอที่บ้านโตแฮ แวะเยี่ยมเยียนพระธรรมจาริกตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ผ่านพร้อมกับนำของอร่อยๆ หายากมากๆ บนดอย คือ "ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" ไปเลี้ยงเด็กๆ พร้อมด้วยนำเอกสารสิทธิ์ของวัดบ้านซีวาเดอไปส่งให้พ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน

"ขนมปังน้ำแดง" และ "ชาเย็นใส่นม" พวกเราๆ ที่อยู่กันในเมืองคงคิดว่าธรรมด๊า ธรรมดา แต่บนดอยไม่ใช่ธรรมดาเลยครับ เชื่อหรือไม่บางคนไม่เคยทานเลยตลอดชั่วชีวิต ก็จะมีใครบ้าเลือดขนาดพวกเราที่ลงทุนขนน้ำแข็งขึ้นไปบนดอยสูงเสียดฟ้า ไกลลิบเกือบหลุดเขตประเทศไทย งานนี้ต้องให้เครดิตหลวงพี่รี่ที่คิดเมนูได้เลิศจริงๆ ขอคารวะด้วยชาเย็น ๑ จอก

เราออกเดินทางกันบ่ายแก่ๆ มุ่งหน้าไปทาง อ.สบเมย แล้วไปเลี้ยวแยกเข้าทางไหนก็สุดจะจำชื่อได้ แถวๆ นี้ ชื่อจำยากครับ เป็นภาษาปกาเกอะญอซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่นานเราก็ล่วงมาถึงจุดเริ่มต้นของความโหด มัน ฮา ที่น้ำตกห้วยแม่แสด ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เจ้าเพียบแปล้ที่เคยสีสันสดใส ก็มีคราบไคลเกาะเต็มตัวซะแล้ว

 ป้ายน้ำตกห้วยแม่แสด กับรถเลอะๆ

พ้นจากจุดนี้ไป เป็นทางชัน และฝุ่นหนาเตอะ แค่เนินแรกเราก็ได้ลองรถกันแล้ว ลองครั้งแรกปรากฏว่าไม่ผ่านครับ แถมข้าพเจ้ายังถูกอัปเปหิลงจากรถด้วยเหตุผลที่ว่า "ต้องลดน้ำหนักบรรทุก" แล้วออกแรงเดินขึ้นเนินไปล่วงหน้าเป็นครั้งแรก ซึ่งยังมีอีกมากมายหลายครั้งตามมา งานนี้แทบจะเดินมากกว่านั่งรถด้วยกระมัง

เดินขึ้นไปก่อนได้โอกาสก็เตรียมกล้องกะจะเก็บภาพตอนเจ้าเพียบแปล้พ้นเนินขึ้นมา ถ่ายไปหลายคลิป ตามที่มีเสียงรถขึ้นเนินมา แต่ที่ไหนได้เป็นรถคนอื่นๆ ทั้งนั้น กว่าเจ้าเพียบแปล้จะขึ้นมาได้ก็มีรถคันอื่นที่ส่วนมากเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแซงมาหลายต่อหลายคัน ในที่สุดเจ้าเพียบแปล้ก็พาทีมงานฝุ่นตลบขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

เดินบ้าง นั่งรถบ้าง เราผ่านเนินแล้ว เนินเล่า หมู่บ้านแล้ว หมู่บ้านเล่า เจ้าเพียบแปล้ก็มีอาการงอน ประท้วงเล็กๆ น้อย จนมาถึงบ้านเซอะเมอะหลวง มหาโอ๊ทที่เดินขึ้นเนินล่วงหน้ามาก่อนถึงกับต้องเดินย้อนลงไปดูว่าทำไมเจ้าเพียบแปล้ถึงยังไม่ขึ้นมาที จนที่สุดคณะเราทั้ง ๓ ถึงกับต้องเดินเท้ากันทั้งหมด แล้วขอแรงชาวบ้านที่ชำนาญกว่าให้ขับพาเจ้าเพียบแปล้ขึ้นเนินไปจนได้

จากเซอะเมอะหลวง เราไปเจอหนักๆ กันอีกทีที่บ้านน้ำออกฮู ( แต่ข้าพเจ้ายินดีเรียกว่า ลมออกหู ) แค่ต้นเนินเชิงดอยขึ้นหมู่บ้าน ข้าพเจ้าก็ต้องอัปเปหิตัวเองลงมาเดินเท้าอีกครั้ง ทีแรกคิดว่าคงเนินสั้นๆ เหมือนทุกๆ เนินที่ผ่านมา แต่ที่ไหนได้นี่มันดอยชัดๆ ไม่ใช่เนิน

เกือบครึ่งชั่วโมงข้าพเจ้าก็ขึ้นมานั่งลมออกหูอยู่ที่หมู่บ้านน้ำออกฮูเป็นที่เรียบร้อย ชาวบ้านน่ารักมากครับ กุลีกุจอหาน้ำหาท่ามาให้ข้าพเจ้าและพระอาจารย์ตือที่เดินมาทีหลัง แต่ชาวบ้านผ่านมารับขึ้นมอเตอร์ไซค์มารออยู่ก่อนแล้ว

เจ้าเพียบแปล้ ขึ้นมาได้ด้วยอาการไม่ครบ ๓๒ อาศัยได้ชาวบ้านที่มีความรู้ทางช่างช่วยกันดู ปรากฏว่าสายหัวเทียนร้อนจัด เสียไป ๒ เส้น รถเลยไม่ค่อยมีแรง ดีว่าท่านรี่มีอะไหล่สำรองไปด้วย ก็ของเก่าที่พึ่งเปลี่ยนออกก่อนขึ้นดอยมานั้นเอง แถมด้วยอาการสตาร์ทไม่ติด ต้องใช้วิธีเข็น หรือไม่ก็ไหลกระตุก

 พระอาทิตย์ตกบนดอยน้ำออกฮู

พระอาทิตย์ตกที่น้ำออกฮูพอดี

ซ่อมรถ

ชาวบ้านใจดี ช่วยดูแลเจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย

สายหัวเทียนละลาย

สายหัวเทียนละลาย ตัวการสำคัญที่ทำให้เพียบแปล้หมดเรี่ยวแรง

ในที่สุดเจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย ก็พาพวกเรามาจนถึงสำนักป่าบ้านทิฮือลือจนได้เมื่อเวลาราวๆ ๒-๓ ทุ่ม คุยกับชาวบ้านสักพัก สรงน้ำสรงท่าพอให้สบายตัว ไม่นานก็จำวัด หลับเป็นตายขนาดที่ว่าหัวถึงหมอนปุ๊ป นาฬิกาปลุกดังปั๊ป ช่วงที่หลับนั้นเหมือนกับหายไปจากชีวิตทีเดียว

ป้ายสำนักป่าบ้านทิฮือลือเวลาค่ำคืน

การเดินทางตามแบบฉบับ "บินเดี่ยวไปกับสายลม" ครั้งนี้ยังไม่จบ เจ้าเพียบแปล้ ตะลุยดอย จะพาเราพิชิตภารกิจทั้งหมดได้หรือไม่ มหาโอ๊ทจะต้องลงเดินขึ้นเนินอีกกี่ครั้ง ขนมปังน้ำแดงจะพบกับเด็กๆ เมื่อไร โปรดติดตามตอนต่อไป

บุญรักษาครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

สงสารเจ้าเพียบแปล้จริงๆ อิอิbig smile
@TaNYa ~ PoNd นี้แลอาการปีติที่เกิดจากบุญที่ได้ให้ทาน

@akkarakitt
๑ ติดแก๊สเลย แต่จะคุ้มค่าเครื่องดีเซลหรือเปล่าหนอ
๒ สงสัยผมจำผิด แหะ แหะ สัญญาไม่เที่ยง
๓ สุดยอดเมนูจริงๆ ครับ ง่าย เร็ว ถูกใจผู้รับ แต่ขนยากไปหน่อย
๔ กำลังพยายามรื้อฟื้นความจำอยู่ครับ สัญญาไม่เที่ยง
เจริญธรรมเช่นกันครับ

#3 By mahaoath on 2010-06-16 12:30

๑. หลังจากกลับมาไม่นาน โยมพ่อเอาวีโก้ 3.0 มาเปลี่ยนเจ้าเพียบแปล้ไปแล้ว กลัวพระลูกชายตกเขามรณภาพบนดอย (โถ... ลุยไปเป็นสิบดอยแล้วจ้า) คราวนี้เลยกลายเป็น "สะอื้นค่าน้ำมัน ตะลุยดอย" แทน

๒. บ้านซื่อมื่อหลวงขอรับ (เอ๊ะ... หรือภาษาปกาเกอะญออ่านแบบนั้นขอรับ)

๓. ขนมปังน้ำแดงเมนูนี้ออริจินัลมาจากหลวงพี่หนู หรือพระอาจารย์หนู พระธรรมจาริกรุ่นแรก ๆ จากวัดทุ่งครุขอรับ แนะให้ทำเลี้ยงตอนงานบวชที่อุมโละ เลยกลายมาเป็นเมนูหลักเรื่อยมา เพราะทำได้ง่าย ราคาไม่แพง และชื่นใจ๊ชื่นใจ

๔. เล่าสนุกดีขอรับ รออ่านตอนต่อไป

Hot! Hot! Hot!

เจริญธรรม ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2010-06-16 10:16

เคยมีโอกาสได้ไปแจกขนมให้เด็กที่บุรีรัมย์ครั้งนึงค่ะ

เอาน้ำอัดลม และก็พวกน้ำแข็งใส่ ขนมปังน้ำแดงอย่างที่หลวงพี่นำไปแจกเด็กๆ

เด็กๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ บางคนผสมน้ำอัดลมทุกชนิดรวมกันแล้วดื่ม บางคนได้น้ำแข็งใสแล้ววิ่งกลับบ้าน สักพักก้วิ่งกลับมาขอใหม่ ถามน้องว่าไปไหนมา น้องบอกว่า เอาไปให้แม่กิน เพราะแม่ไม่เคยกิน

หนูยิ้มไป น้ำตาไหลไป...อิ่มใจจริงๆ ค่ะbig smile

#1 By TaNYa ~ PoNd on 2010-06-16 09:19




Recommend