กุมารทอง

posted on 17 Jul 2009 20:45 by dhamweb in dhamma

พูดไม่ออก บอกไม่ถูกครับ ตรวจสอบการเข้าชมเว็บจาก Google Analytics แล้ว พบว่า ผู้ที่เข้ามาชมเว็บ mahaoath.com  จากเครื่องมือค้นหา มาด้วยคีย์เวิร์ด "กุมารทอง" มากที่สุด !! รองลงมายังมี การเลี้ยงกุมารทอง แจกกุมารทอง และอีกหลาย ๆ กุมารทอง โอ้ ลอร์ด บุดด่าห์ เว็บนั้น มีแต่เรื่องธรรมะ ทำเว็บ ทำบุญ ไม่มีเรื่องกุมารทองเลย แล้วคำนี้ชี้ไปเว็บนั้นได้อย่างไร

คิดไปคิดมาอีกที ในเว็บเก่า มีกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ด  กระทู้ ###### ด่วน!!!! แจกฟรีกุมารทอง ######  ซึ่งคุณอลงกรณ์ (ไม่รู้จัก) ได้มาโพสไว้สั้น ๆ ว่า วัดxxx จะมีการแจกกุมารทอง บลา บลา บลา ... ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอบไปสั้น ๆ แบบถามให้คิดว่า " เอ่อ ไม่บูชาพระพุทธเจ้าแล้วหรือครับ ?? "  แล้วก็เก็บกระทู้นั้นไว้ ไม่ลบ เพื่อให้คนที่เข้ามาดู ได้สะกิดใจเรื่องการบูชาผีสาง กับ การบูขาพระพุทธ

ทอดเวลาไปจนเกือบ ๆ ลืม ก็มีคุณลูกพ่อศิวะแม่อุมา มาให้ความเห็นทำนองว่า เรื่องบูชากุมารทอง เป็นเรื่องไม่ผิด เพราะกุมารทองมีบารมีสูงกว่ามนุษย์ ( แสดงว่าไม่รู้เรื่องกุมารทองดี ) บูชาได้ ส่วนพระพุทธนั้นไม่ต้องบูชา ให้ระลึกถึงคำสอนก็พอ นี่สรุปย่อ ๆ ครับ ฉบับเต็มไปอ่านกันเอาเอง ก็ตอบไปว่า " คนธรรมดาทั่วไป จะบูชาเทวดา ก็ไม่ผิดแปลกอะไร  แต่ว่าสงสัยว่า วัด ทำไมทำกุมาร ทำไมไม่ทำอะไรที่เป็นพุทธะ " เพราะโดยส่วนตัวแล้ว การที่วัดจะทำวัตถุมงคลอะไรสักอย่าง ให้ประชาชนนำไป บูชา กราบ ไหว้ ก็ควรทำให้อยู่ในแนว ในทางของพระพุทธศาสนาหน่อย

 

กุมารทอง

 

วัด ในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ว่า อะไร " ขายออก " ก็ทำไปเรื่อย กุมารทอง เป็นเรื่องของ ไสยศาสตร์ คำว่า ไสย มาจากบาลีว่า เสยฺย แปลว่า นอน แปลว่าหลับ  ตรงข้ามกันสุดขั้วกับพุทธศาสตร์ คำว่าพุทธ แปลว่า รู้ แปลว่าตื่น แปลว่าเบิกบาน ฉะนั้น คำว่า ทำให้อยู่ในแนว ในทางของพระพุทธศาสนา คือหมายถึง ทำให้เป็นเรื่องของความรู้ ความตื่น และความเบิกบาน เช่น หนังสือธรรมะ ซีดีเทศนา เป็นต้น  หรือแม้แต่ รูปเคารพ พระเครื่อง ที่ได้ในเรื่องของการใช้เป็นเครื่องระลึกถึงพระคุณของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็จัดว่าเป็นไปเพื่อการทำกรรมฐาน ในพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ และ สังฆานุสสติ ดีกว่าไปกราบไหว้ผีเด็กน้อย

กุมารทอง คือผีเด็กน้อย ที่เกิดจากวิญญาณของเด็กน้อยที่ตายในท้องแม่ ถูกผู้มีวิชาคุณไสย์ ปลุกขึ้นไว้ใช้งาน ผีเด็กน้อยที่เป็นกุมารทองนั้น มีกรรมเก่า คือเคยทำแท้ง และเคยทำกุมารทอง เคยผูกวิญญาณผู้อื่นไม่ให้ไปผุดไปเกิด  ๒ กรรมนี้ ไม่จำเป็นต้องทำในชาติเดียวกัน ทำในชาติต่าง ๆ กันก็ได้ แต่มาให้ผลในชาติเดียวกัน คือชาติที่ต้องตายในท้องแม่ และถูกผูกเป็นกุมารทอง ไม่ได้ไปผุดไปเกิดเหมือนกัน

การเลี้ยงกุมารทอง ไม่เหมือนกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เพราะว่าการเลี้ยงกุมารทองนั้น เป็นการกักขังวิญญาณของเด็กน้อย ไม่ให้ไปผดไปเกิด ได้รับความทุกข์ทรมาน สัตว์เลี้ยงบางอย่างปล่อยไป ก็ไปหากินเองไม่ได้ แต่กุมารทอง ปล่อยเขาไป เขาไปเกิดใหม่ได้ ดังนั้น ใครที่มีกุมารทองอยู่ ปล่อยเขาไปเถอะครับ จะได้ไปผุดไปเกิด

วิธีการปล่อยกุมารทองนั้น ทำไม่ยาก แค่พูดบอกดี ๆ ว่าอย่าอยู่ภพนี้เลย ให้ไปเกิดใหม่ในภพที่ดียิ่งกว่า แล้วจัดการขุดหลุม ตกแต่งด้วยดอกไม้ ของหอมให้สวยงาม จัดการนำร่างกุมารทองไปฝัง แล้ว บอกว่า ร่างนี้เป็นร่างที่ไม่ใช้แล้ว จะต้องผุพัง กลายเป็นดินไปดังเดิม ขอให้ ลูก(กุมารทอง) สละร่างนี้ไป เกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่านี้ แต่ก่อนไป ขอให้รับศีล ๕ ศีล ๘ ไปด้วย ... เสร็จแล้ว ให้ทำบุญ ตักบาตร อุทิศส่วนกุศลไปให้กุมารทองด้วย เท่านี้เอง ไม่ยากไม่เย็น

ท้ายสุด ขออนุโมทนา ที่อ่านมาจนจบ หวังว่าคงได้ประโยชน์บ้าง

บุญรักษาครับ

หมายเหตุ : ภาพประกอบจาก เว็บไซต์ตลาดคนรวย ข้อมูลเรื่องกุมารทอง และวิธีปลดปล่อยกุมารทอง จาก .:กุมารทอง:. กระทู้ต้นเหตุมาจาก เว็บไซต์เก่า มหาโอ๊ท ดอท คอม

เขียนครั้งแรกในเว็บมหาโอ๊ท ดอท คอม ถือโอกาสเอามาให้ชาวเอกซ์ทีนอ่านด้วยครับ

Comment

Comment:

Tweet

ผมอ่านข้อความที่โพสต์ไว้มั่วมากเลยครับ ถ้าไหว้พระคุณต้องการความหลุดพ้น วิมุต หรือ นิพพานอะไรประมาณนั้น ไหว้เทพหรือกุมารเค้าใช้ขอหวย ขอโชคลาภ ถ้าพระอยู่ในป่าช้าได้หมด ไม่ต้องสร้างโบส สร้างเมรุเผาผีให้พวกคุณ ท่านก็คงไม่ออกวัตถุมงคลมาให้บูชาหรอกครับ กุมารไม่ใช่ผีครับ เค้าคือเทวดาที่หลวงปู่หลวงพ่อเชิญดวงจิตมาให้ช่วยมนุษย์ที่ยากไร้ที่บูชาท่าน เทวดาต้องการการบวงสรวงครับ คุณอย่าพูดอะไรมั่วๆเลยครับ ของเค้ามีครูบาอาจารย์

#55 By kuman boy (58.9.76.181) on 2012-03-28 12:06

ที่บ้านมีองค์1

แบบนี้เลยแต่ไม่รู้ว่ารุ้นอารายคัยก้อได้บอกหน่อยนะembarrassed

#54 By เด็กลำปาง (119.42.99.175) on 2011-04-18 11:14

ชอบครับ อยากเลี้ยง บ้าง แต่ กลีว 55confused smile

#53 By กุมารทอง (124.121.7.21) on 2011-04-08 23:52

กลัว

จบ คอมเม้นค่ะ

ปล.ต้องชวนน้องสาวเข้าครัวไปหาข้าวกินอีกแล้ว

หน้ากลัวจังwink

#51 By PatchaRa on 2009-09-26 15:11

#49
บรรทัดที่ ๑ กับ ๒ ไม่เท่าไร
แต่บรรทัดที่ ๓ กับ ๔ เป็นผรุสวาท จัดเป็นวจีกรรมฝ่ายอกุศลนะครับ ต่อไปโปรดระมัดระวังด้วย ด้วยความห่วงใยครับ big smile

#50 By mahaoath on 2009-08-28 19:50

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ
คนเชื่อก็มี
หุบปากซะ
พลามอยู่ได้

#49 By บ้าหรือปล่าว (222.123.227.248) on 2009-08-28 13:53

เป็นอีกคนที่ขอไม่สนับสนุนกิจกรรมแจกอะไรแบบนี้เพราะไม่ใช่คำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน


#48 By WICHASAN S. (116.68.150.129) on 2009-07-27 09:11

ึคนจีนสนใจกันมากมาย ถามกันใหญ่เรยเกี่ยวก่ะกุมารทอง ตอนนี้รู้แล้วๆ

#47 By อาผิง on 2009-07-19 21:16

#45 ยังไม่ได้ดูครับ sad smile

#46 By mahaoath on 2009-07-19 20:19

โถถัง
นานาจิตตัง
กะละมังแช่ผัก

ดูในรายการตีสิบก็มี
หวังว่าหลวงพี่โอ๊ตดูแล้วนะconfused smile Hot!

#45 By เซี่ยหมิง on 2009-07-19 19:37

...รู้สึกที่บ้านเก่าผมจะมีอยู่ตนนึง ตอนผมไปเข้าค่าย พี่ที่ทำงานบอก ได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นจากห้องนอนเก่าผม (ที่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่) เห็นพี่บอกได้ยินเสียงมาจากแถวๆตู้ตั้งโชว์ของเล่น......

เขามาอยู่เอง จะให้ทำไงดี

#43 By Joey_kung on 2009-07-19 14:38

ไม่ชอบกุมารทอง แต่ชอบกุมารี (ปลาบู่ฯ) open-mounthed smile

#42 By Pigwidgeon on 2009-07-19 14:20

น่ากลัวแล้วก็น่าสงสารด้วยค่ะ

ที่บ้านไม่เคยมีเลยค่ะ ถ้าให้เลี้ยงก็คงไม่กล้าหรอกค่ะ

รู้สึกว่ามันบาปนะ ไปปลุกเขามาแล้วยังขังเขาอีก

#41 By | Thancha-shirou | on 2009-07-19 12:15

ผมก็มีน้องเขาอยู่ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะเอาเขามาหรอกครับ เผอิญมีคนเช่าพระให้แล้วด้านหลังเป็นน้องเขา แต่ก็ปล่อยน้องเขาไปแล้วครับ big smile
เป็นสิ่งไร้สาระไม่มีประโยชน์ ขวางทางพระนิพพาน
ควรส่งเสริมกันให้เจริญตามที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่ เอามาเลี้ยงเป็นขี้ข้าแบบนี้
กุมารดำtongue tongue tongue
sad smile sad smile

#38 By ฟังเพลง (114.128.75.51) on 2009-07-19 00:36

= ="กลัวค่ะ

แต่ก็อย่างว่านะคะต้องหาที่พึ่งทางใจ

สำหรับคนอยู่คนเดียว

แต่ที่สำคัญยังไงก็ลืมไม่ได้เด็จขาดดถึงได้กลัวค่ะ

#37 By rewsarki on 2009-07-18 23:53

คนเราก้อนะ
จะมีไว้เพื่ออะไร แล้วมันดียังไง
ปล่อยเค้าไปเถอะ ..สงสารเค้า
angry smile angry smile

#36 By ppangg on 2009-07-18 23:25

มันน่ากลัวนะ

เลี้ยงกุมารแบบนี้ ( ไม่นับเรื่องบาปอีก )

แต่กิเลศ ความโลภของมนุษย์เราน่ากลัวกว่า เพื่อความก้าวหน้าที่ได้มาง่ายๆ ถึงกับยอมทรมานวิญญานเด็กตาดำๆ?อย่างไม่กลัวสิ่งใด

นี่แหละนะ "คน"(ไทย)

ตอนอยู่บ้านเก่า พ่อแม่เรานับถือพุทธทุกนิกาย สูงสุดคือเจ้าแม่กวนอิมกับท่านปู่พิฒเนตร ห้องพระเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน

คนในบ้านก็อยู่กันสุขสงบ สบายดีอ่ะนะ ( เว้นแต่เรื่องโจรขึ้นบ้านบ่อย มากๆ )แต่คนอื่นเข้ามาทีไร จะบอกเป็นเสียงเดียวว่า อึดอัด รู้เลยว่าบ้านนี้เจ้าที่แรง
(ตอนที่คุณยายเสียใหม่ๆ พ่อเราค่อนข้างมีเซนส์เรื่องพวกนี้นิดนึง พ่อเราก็บอกแม่ว่า ยายน่ะ มาหาที่หน้าบ้าน แต่ว่าเข้าบ้านไม่ได้ เพราะเจ้าที่เขากันไว้อยู่ แม่เราเลยไปค้างที่บ้านยาย แล้วก็เจอยายมาหาจริงๆ
ตอนเพิ่งซื้อบ้านเก่าใหม่ๆยังไม่ย้ายเข้าไป เจ้าที่เขาก็มายืนเฝ้าแม่ที่หลับพักเพราะเหนื่อย พลางกินของไหว้่ไปด้วย - -' )

แต่ก่อนมีคนใช้ เขาก็ชอบบอกว่า กุมารทองมาแกล้งเล่นบ่อยๆ เพราะห้องที่เขาอยู่ตอนนั้นอยู่ข้างๆห้องพระ

แต่กุมารทองนี้ หมายถึงกุมารทองของเจ้าแม่กวนอิม
เพราะบ้านเรา ไม่ได้เลี้ยงกุมารทองแบบที่จขบ.กล่าวถึงแน่ๆ

แล้วอย่างนี้ มันก็มีกุมารทองหลายอย่างน่ะสิ?

ถ้ากุมารทองของเจ้าแม่กวนอิม ก็น่านับถืออยู่

( แต่หลังจากเลิกจ้างคนใช้ เราก็ได้ห้องนั้นเป็นห้องนอนใหม่ แต่ก็ไม่ยักกะเจออะไร เราเป็นคนขวัญอ่อน กลัวผีสางเป็นที่สุด แต่จิตแข็ง ไม่เคยเจออะไรซักกะที ทั้งที่ชาวบ้านเจอมาหมด หรือผีเองยังกลัวเราหว่า=[]=' )

แล้วยังมีเพื่อนเคยเจอตอนค้างห้องนาฏศิลป์ที่โรงเรียน เจอผีเด็กมัดจุก ใส่โจงกระเบน ประมาณนั้น