ตอน #004 บันทึกการเดินทางบินเดี่ยวไปกับสายลม [บทที่ ๓ : บุญปู่ปุ๊ @ โตแฮ ] อัพเมื่อวานนี้ แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิกเล็กน้อย ทำให้ไม่แสดงอัพเดทให้เพื่อน ๆ ที่ แอดเฟฟไว้ได้เห็น ถ้ายังไม่ได้อ่านกรุณาย้อนไปอ่านก่อน เดี๋ยวจะงงครับ >>คลิ๊กไปที่ บุญปู่ปุ๊ @ โตแฮ<<

เช้าวันที่ ๔ ของการเดินทางครั้งนี้ ยังคงตื่นแต่เช้าเหมือนเช่นเคย ดวงดาวยังคงส่องแสงพราวพรายอยู่บนท้องฟ้า ผิดคาดเล็กน้อย อากาศเย็นสบาย ๆ ไม่หนาวอย่างที่คิด

เรามีกิจกรรมพิเศษอย่างหนึ่งในตอนเช้าคือ เมื่อคืนนี้ชาวเขาเล่าให้ฟังว่าบริเวณที่เราพักคือโรงเรียน ต.ช.ด. บ้านโตแฮแห่งนี้ ตั้งอยู่บนที่ที่เคยเป็นสุสานเก่าประการหนึ่ง และก่อนหน้านี้ไม่นาน มีแม่เฒ่าคนหนึ่งถูกไฟครอกตาย จากนั้นลูกสาวของแม่เฒ่า ก็มักมีอาการแปลก ๆ อีกประการหนึ่ง  เมื่อคืนเลยแนะนำว่าให้นำอาหารมาถวายพระในตอนเช้า เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

ชาวเขาทยอยกันมาพร้อมด้วยอาหารเลิศรสบ้านละ สองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นข้าวดอย ปลูกเอง ตำเอง หุงเอง สีไม่ขาวเหมือนข้าวเจ้าบ้านเรา ออกเหลือง ๆ ตุ่น ๆ แต่มีกลิ่นหอม มีรสที่บรรยายไม่ถูก  อีกถ้วยเป็นกับข้าว ทุกบ้านทำคล้าย ๆ กัน คือ เป็นผักต้มใส่เกลือ แล้วแต่ว่าบ้านไหนจะหาผักอะไรมาได้ บ้างก็ีมีหัวมันปนมาด้วย มีบ้านเดียวที่ตำน้ำพริกมา เป็นพริกสดเม็ดใหญ่  ๆ คล้าย ๆ พริกหนุ่ม โขลกหยาบ ๆ กับมะเขือ  กับข้าวเขามีเท่านั้นจริง ๆ สอบถามดู ได้ความว่า เป็นกับข้าวปกติประจำวัน นอกจากงานพิเศษ ๆ เช่น งานแต่งงาน ถึงจะมีการล้มไก่ ล้มหมู มาทำกับข้าว หมูที่เลี้ยงเป็นหมูป่า ตัวโต ๆ ขนยาว ๆ เพรียว ๆ ไม่ตุ้ยนุ้ยเหมือนหมูบ้านเรา

กับข้าวพื้นเสียยิ่งกว่าพื้น แต่เชื่อหรือไม่ รสดีอย่าบอกใคร ผักแปลก ๆ แต่ละอย่าง ต้มแล้วให้รสต่างกันไป บ้างขม บ้างมัน หวานนิด ๆ เข้ากับน้ำพริกได้เป็นอย่างดี ฉันไปได้หลายทีเดียว  ฉันเสร็จก็จัดการบังสุกุล และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งหลาย เชื่อได้เลยว่าอะไร อะไร ต้องดีขึ้นแน่นอน

เช้านี้ทีมงานส่วนหนึ่งของเราจำเป็นต้องแยกตัวกลับก่อน โยม ๓ คน หมดวันลาแล้ว ตุ๊ลุงสุพล และตุ๊พี่เบิร์ด ต้องกลับวัดให้ทันเที่ยงเพื่อร่วมงานบวช  เราจึงเหลือกันแค่โยม ๓ คน พระ ๕ รูป ครูวิเชียร ( ครู ต.ช.ด. ) โยมอินสม และหนุ่ม ๆ จากบ้านปู่้คำอีก ๓ คน ที่มาร่วมขบวนกับเราตั้งแต่เมื่อวาน

จากที่เคยนั่ง Navara สบาย ๆ ต้องย้ายไปนั่งท้ายรถกะหล่ำ หัวสั่นหัวคลอน กินลม กินฝุ่นได้ไม่นาน เราลงมาถึงบ้านบุญเลอน้อย ที่หมายอีกแห่งที่เราจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว  ความจริงเราผ่านหมู่บ้านนี้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีเวลาแวะ ได้แต่นำของบริจาคลงไว้ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง

จอดรถได้ก็กุลีกุจอ ช่วยกันเตรียมของ ต้มน้ำ โยมน้อยลง พระทั้งหลายได้โอกาสแสดงฝีมือ หั่นกะหล่ำ ซอยหอม ผ่าลูกชิ้น ต้มน้ำซุป ลวกเส้นหมี่ ไม่นานก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ระดับเชลล์ไม่กล้าชิม แม่ช้อยไม่ยอมรำ ก็เสร็จเรียบร้อย  ชาวบ้านทยอยกันมาพร้อมชามในมือคนละ ๑ ใบ

ชามในมือนี้เองที่เป็นดัชนีชี้วัดความจน แสนจะจน คือบางคน แค่ชามติดบ้านสักใบ ยังไม่มี ต้องใช้ภาชนะที่เชื่อว่าถ้าเป็นพวกเรา คงไม่มีใครกล้านำมาใส่อาหาร ภาชนะที่ว่ามีทั้ง กะละมังพลาสติก ขันพลาสติกแตก ๆ หรือแม้แต่ขันมีด้ามที่เราไว้ใช้ในห้องสุขา !! เห็นแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ พร้อมกับความตั้งใจว่า ถ้ามีการเดินทางอย่างนี้อีก สิ่งที่จะถูกบรรจุไว้ในรายการของบริจาค คือชามสังกะสีจำนวนมาก กะว่าเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับบริจาคชามไปเลยในตัว

ไม่นานนักก๋วยเตี๋ยวหม้อใหญ่ ก็หมดลงชนิดแทบไม่ต้องล้างหม้อ เราออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านปู่คำน้อย ที่สุดท้ายที่เราจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวกัน หมู่บ้านนี้มีความลำบากในเรื่องของแหล่งน้ำ บ้านไหนต่ำกว่าแหล่งน้ำ จะมีประปาภูเขาต่อลงไปให้ใช้ แต่ที่นี่อยู่สูงกว่าลำห้วย ต้องใช้วิธีถือกระป๋องไปตักกันขึ้นมา

บรรยากาศคล้าย ๆ กับปิกนิค มีโต๊ะยาวพร้อมม้านั่งของโรงเรียน ต.ช.ด.ที่นี่ ให้เราได้นั่งฉันเพล และทานข้าวกลางวันกันกลางสนามหญ้า ท่ามกลางสายตาเว้าวอนของชาวเขาที่ดูจะเขิน ๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้ มื้อนี้เราฝากท้องไว้กับก๋วยเตี๋ยวที่เราทำเลี้ยงชาวเขา ไม่นานนักก็เรียบร้อย

ด้วยความชำนาญ คนหนึ่งหยิบเส้น อีกคนใส่ลูกชิ้น อีกคนใส่หมูแดง ผัก และตักน้ำ ทั้งพระทั้งโยมช่วยกัน เผลอแป๊ปเดียว ทุกอย่างก็อันตรธานหายไปอยู่ในท้องของกะเหรี่ยงเล็ก กะเหรี่ยงโต จนหมดเกลี้ยงชนิดว่า ยกหม้อเท กันเลยทีเดียว

น้ำใจไม่ได้มีเฉพาะคนรวย พริกกะเหรี่ยงที่เผ็ดแสบไส้จำนวนมากทยอยกันมาจากบ้านโน้นบ้าง บ้านนี้บ้าง พวกเขานำมาแทนคำขอบคุณ มากันไม่ขาดสาย จนเราต้องรีบออกรถก่อนที่พริกจะหมดหมู่บ้าน

รถลงมาถึงหมู่บ้านปู่คำ หนุ่ม ๆ กะเหรี่ยงที่ขึ้นไปช่วยเราขอแยกตัวเข้าบ้านก่อน เหลือแต่โยมอินสม ที่ต้องขับรถลงไปส่งเราที่แม่สะเรียง กับเพื่อนอีก ๑ คน และครูวิเชียรที่จะติดรถลงไปประชุมในเมืองเท่านั้นที่ยังเดินทางไปกับเรา ยังเหลือของบริจาคอีกอย่างเดียว คือเครื่องเล่นวีซีดี ๑ เครื่อง ตกลงกันว่าจะนำไปให้ที่โรงเรียนบ้านห้วยโผ

บ้านห้วยโผนั้นอยู่ต่ำกว่าแม่สามแลบ มีความเจริญพอสมควร โรงเรียนมีสอนถึงมัธยมต้น เด็ก ๆ ที่มาเรียนส่วนมาก มาจากบนดอย

ที่โรงเรียนบ้านห้วยโผนี้เอง เราได้ปรึกษากันถึงการเดินทางกลับ ถ้าคืนนี้พักที่แม่สะเรียง วันพรุ่งนี้ต้องขับรถรวดเดียวจากแม่สะเรียงกลับกรุงเทพ ซึ่งไม่น่าต่ำกว่า ๑๒ ชั่วโมง สงสารคนขับ ( หรือว่าคนนั่งกลัวไม่ปลอดภัยก็ไม่ทราบ ) จึงตกลงกันว่า เราจะไม่นอนที่แม่สะเรียง แต่จะเลยไปพักกันที่ ลี้ ที่วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่

ไม่นานนักเราก็มาถึงวัดจอมทอง อำเภอแม่สะเรียง อาบน้ำ อาบท่า ล้างหน้า ล้างตา พอสดชื่น กราบลาครูบาอินสม และตุ๊ลุงสุพล เรียบร้อย เราจึงออกเดินทางอีกครั้ง เช่นเคย ขบวนที่เหลือแค่ ๒ ค้น Vigo กับ Civic ไม่เป็นรูปขบวนอีกแล้ว ด้วยความแรงของเครื่อง D4D และฝีเท้าของคนขับ ทำให้ Vigo หายลับไปกับตา 

Civic เราวิ่งไปคันเดียว เรื่อย ๆ สบาย ๆ ผ่านออบหลวง ผ่านฮอด เลี้ยวมาทางดอยเต่า ก่อนเข้าบ้านโฮ้ง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น Vigo เลี้ยวผิด วิ่งเลยทางแยกดอยเต่าไปไกลโข ต้องตีรถย้อนกลับมา ปล่อยให้เต่าวิ่งสบาย ๆ ชนะกระต่ายเป็นหนที่ ๒

แต่สุดท้ายทั้งเต่า ทั้งกระต่าย ก็เข้าเส้นชัยพร้อม ๆ กัน ต่างกันที่ว่า เต่าได้แวะทานเย็นตาโฟเจ้าเก่าก่อนเข้าที่พัก แต่กระต่ายอด  เช่นเคย เราได้รับการต้อนรับอย่างดี จากตุ๊พ่อมหาสิงห์ และตุ๊ลุงมงคล 

น่าแปลกที่อากาศที่ลี้ กลับหนาวเย็นกว่าบนยอดดอย แต่ด้วยความเหนื่อยล้า เราต่างหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้แล้วซินะ ที่เราจะพากันบินกลับสู่รวงรัง

บุญรักษาครับ

เหมือนเคย ดูรูปกัน

breakfast

อาหารเช้า หลังพระฉันแล้ว ก็ให้เด็ก ๆ ทานต่อ ใครชอบผักบ้าง ?

ภาพโดย The P+om

OH!!

ทะเลหมอก หรือทะเลเมฆ ไม่รู้  รู้แต่ว่า..สวย..  ภาพโดย mahaoath

behind the truck

ย้ายมานั่งท้ายรถกะหล่ำ    ภาพโดย Dhammasarokikku

 cooking

อร่อยแน่ แค่พ่อครัวก็กินขาด   ภาพโดย Dhammasarokikku

How poor they are ?

สังเกตขันใส่ก๋วยเตี๋ยว จนกว่านี้มีอีกไหม ?? ภาพโดย Dhammasarokikku

Helping Hands

ที่บ้านปู่คำน้อย กำลังง่วนกันเชียว  ภาพโดย Dhammasarokikku

!!!

ที่แรกเตาอยู่ในร่ม ไป ๆ มา ๆ กลางแดดซะ ที่เห็นอ้วน ๆ น่ะ ผ้ามันหนาหรอก ;P

ภาพโดย Dhammasarokikku

Yeh!!

ต่อจากภาพที่แล้ว ถึงกับยกเท หมดเกลี้ยงจริง ๆ ภาพโดย Dhammasarokikku

chilli

พริกกะเหรี่ยงมาแล้ว    ภาพโดย Dhammasarokikku

TheLastPlace

โรงเรียนบ้านห้วยแม่กองก้าด  ภาพโดย Dhammasarokikku

 

 อยากให้ดูวิดีโอเหล่านี้ นานหน่อย แต่จะเข้าใจสภาพของพวกเขาได้ดีทีเดียว

โดย mahaoath

 

โดย Dhammasarokikku

 

Comment

Comment:

Tweet

ห้างปาร้าก้อนนี่ใครๆก็ไปได้น๊า ถึงบ้านจะอยู่ ตจว.(ขี่ควายตัดทุ่งนาไปอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงวัดท่านมหาแล้วquestion) แต่ก็มีบ้างที่จะแอบทิ้งจอบทิ้งเสียมปลอมตัวเป็นไฮโซไปเดินเฉิดฉายในห้างหรูบ้างเป็นครั้งคราว เอิ้กๆๆๆ

ไม่อยากจะบอก(ขนาดไม่อยากบอกนะเนี่ยsurprised smile)ว่าก่อนหน้านั้นมีเรื่องน่างงกว่านี้อีก เพราะโยมวิทย์พาญาติไปธุระแล้วดันไปจ๊ะเอ๋กับปากทางเข้า"วัดถ้ำหมีนอน"เข้าโดยบังเอิญ แต่ก็ยังไม่ได้แวะเข้าไป คราวหน้าถ้าไปทางนั้นอีกคงไม่พลาด (แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเข้าไปแล้วจะเจอพระหรือเจอหมี เพราะได้ข่าวว่าพระไปนอนถ้ำอื่นอยู่ตอนนี้confused smiledouble wink)

#16 By คนสวนฯ (124.121.180.228) on 2009-03-12 14:25

ชอบเพลงน้ากาลาโตมั่ก ๆ ค่ะ ขอยึดเอาเป็นเพลงประจำตัวซะเลย ไม่แบ่งมนตรีเสียด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้ข่าวว่าเมื่อวันก่อนคนสวน ฯ กับคุณวิทย์ไปบุกพารากอน ถึงห้องหอของมนตรีเล่นเอางงเต๊กกันไปเลย 555

ส่วนเรื่องโม้กับโมเมนี่ถนัดนักค่ะ ก็บล๊อคของท่านมหา ฯ แหละค่ะ แต่ขอใช้เป็นเวทีสารภาพความในใจว่า "แอบรักคนสวนของโยมวิทย์จะผิดไหม" ไปเสียแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ตอนนี้โดนพระเล่นงานอยู่ ไนน์วันวันโปรดช่วยด้วย! question

#15 By ปุ๋ม (61.90.15.179) on 2009-03-09 20:44

"น้ากาลาโต้" = น้ำกำลังต้มไง อิ อิ

#14 By mahaoath on 2009-03-06 17:04

อ้าว โยมปุ๋มชวนให้แวะมาบ่อยๆ สงสัยจะมาบ่อยจนลืมไปคิดว่าเป็นบล็อกของตัวเองไปซะแล้ว ก๊ากquestion

ขากลับมนตรี(น้องมนตรา ฮี่ๆๆbig smile question double wink)ได้ที่นอนยาวสบายในแค๊ป หลับเกือบตลอดทางยกเว้นอยู่ช่วงนึง ที่เฮียแกหลับไม่ลง เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนตัวคนขับ ทำเอามนตรีไม่กล้าล้มตัวลงนอน โชคดีที่ก่อนหน้านั้นเราแวะร้านกาแฟกัน เลยหาข้ออ้างมาแก้ตัวได้ว่า "อ๋อ เพิ่งกินกาแฟมาฮะ เลยไม่ง่วง" (ก๊ากๆๆๆๆ)

ร้านกาแฟที่เราแวะกันชื่อว่าร้าน"กาลาโต้คอฟฟี่" พนักงานขายเป็นสาวกะเหรี่ยงมาจากดอยไหนไม่รู้ลืมถามwink โชว์เพลง"น้ากาลาโต้"ให้ฟังด้วยหลังจากที่ถามไปว่าชื่อร้านคุ้นๆ แปลว่าอะไร

มนตรีดูจะไม่ค่อยเก๊ตเพราะไม่เคยฟังมาก่อน เลยจะขอฝากลิ้งก์ไปให้ฟังด้วยแล้วกันค่ะsurprised smile(ขออนุญาตนะคะท่านมหาbig smile)

เพลงน้ากาลาโต้big smile
http://www.youtube.com/watch?v=WxRY3YqBXuM

ป.ล.จะเข้ามาแอบดูบ่อยๆ เผื่อมีโยมโดนพระรุมจะได้ช่วย








(ช่วยซ้ำ)confused smile confused smile confused smile

#13 By คนสวนฯ (124.121.191.163) on 2009-03-06 15:39

ปล. แอบทึ่งภาพพ่อครัวและที่ย้ายมานั่งท้ายรถขนยกะหล่ำมากเลยค่ะ ดูแล้วกินขาดจริง ๆ ค่ะ ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า

#12 By กระแตป่า (58.8.129.24) on 2009-03-05 20:59

แอบรักคนสวนของโยมวิทย์จะผิดมั้ย.. อิ อิ อิ

ไม่นึกว่าคุณหนุ่ยจะเขียนอะไรได้ยาวขนาดนี้ อ่านไปก็ขำไป ขอบคุณนะคะที่พาป๋อมกลับสู่มาตุภูมิได้อย่างปลอดภัย แล้วแวะมาบ่อย ๆ นะคะ

คิดถึงค่ะ

#11 By ปุ๋ม (58.8.129.24) on 2009-03-05 20:55

เยี่ยมแฮะๆbig smile

#10 By เซงครับ on 2009-03-04 20:16

ตอบ #6 อีกที
ผมใช้ Photoscape ครับ เป็นฟรีแวร์ที่แจ๋วมาก ๆ เลย มีภาษาไทยด้วย ลองหาใน google ดูครับ แนะนำ แนะนำ

#9 By mahaoath on 2009-03-04 18:55

ผมว่า กับข้าวเยอะแบบนี้เนี่ย เข้าขั้น "หรู" แล้วนะครับ
สมัยวัยรุ่น ไปวิ่งเล่นมาหลายดอยเหมือนกัน
ยังไม่ได้ขนาดนี้เลย 55

ถ้าอากาศหนาวๆ เอาข้าวชาวบ้านมาทำข้าวหลาม
แล้วได้ยืนผิงไฟกันนะ สวรรค์เลยล่ะครับ!! Hot!
ท่าน Dhammasaro อ้าว ผมเข้าใจผิด ไม่ทราบว่าแวะที่นั่นด้วย
/ สำหรับท่านอื่น ๆ ที่มาอ่าน ไปทริปเดียวกัน แต่รถคนละคัน ไม่ต้องแปลกใจ อิ อิ

#7 By mahaoath on 2009-03-04 18:52

ภาพโรงเรียนห้วยโผ จริงแล้วเป็นโรงเรียนห้วยกองก้าด ขอรับ แวะเอาต้นคริสตมาสไปลง เพราะครั้งที่แล้วมาเยี่ยมช่วงต้นธันวาฯ เห็นเด็ก ๆ กำลังเตรียมงานคริสตมาส คงมีกะเหรี่ยงคริสต์จำนวนหนึ่ง

เจ้าของต้นคริสตมาส คือ โยมหลินทางซ้ายในรูปนั่นแล

ไม่ทราบว่า ท่านมหาฯใช้โปรแกรมอะไรแปลงขนาดภาพขอรับ ดูจักชัดแจ่มแจ๋วดีกว่าที่กระผมใช้อยู่

ตอนหน้าก็จบแล้วซีขอรับ

เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ

#6 By Dhammasarokikku on 2009-03-04 18:44

ชาวเขา มีบุญจริงเลยค่ะ ได้ทานก๋วยเตี๋ยวฝีมือแม้ช้อยไม่กล้ารำ ของท่านและโยมทั้งหลาย..คงอร่อยน่าดูเชียวค่ะbig smile

เอ่ยถึงภาชนะใส่ก๋วยเตี๋ยว เป็นขันพลาสติก ..รู้สึกเห็นใจค่ะ..แต่ชาวเขาคงชินกับวิถีชีวิตเช่นนี้น่ะค่ะ

คงไม่ได้รู้สึก ว่าลำบากอะไร..

ไว้จะขอเข้ามาอ่านบ่อยๆค่ะ..ขอบคุณค่ะ

big smile
นอกจากบริจาคเสื้อผ้าแล้ว รอบหน้าต้องหาเครื่องใช้ในครัว บางชิ้นไปบริจาคด้วย

#3 By NiDA MAilO on 2009-03-04 09:10

นมัสการค่ะ

อ้อ พริกกะเหรี่ยงได้มาจากบ้านบุญเลอน้อยนี่เอง เห็นโยมวิทย์บอกว่าโยมหลินโทรมาแจ้งให้ไปรับพริกกะเหรี่ยงที่วัดราชสิทธิฯ ไม่รู้ว่าทำไมเอาไปฝากไว้ที่พระembarrassed คุยๆ กันอยู่ว่าสงสัยจะให้พระวัดนั้นปลุกเสกอะไรก่อนหรือเปล่า(เหมือนกับข้าวสารเสก) เอาไปซัดใส่หน้าใครคงจะแสบร้อนจนลงไปนอนดิ้นพรวดพราดแหงมๆ เอิ้กquestion

ได้อ่านที่ท่านบรรยายถึงอาหารที่ชาวโตแฮนำมามาถวายพระในตอนเช้าแล้วแอบริษยา ร่วมขบวนไปด้วยคราวนี้คิดว่าจะได้ชิมอาหารกะเหรี่ยงโดยเฉพาะผักพื้นบ้านแปลกๆ ปรากฏว่าแห้วตลอด แถมเช้าวันกลับยังไม่ได้กินข้าวเช้าอีก แต่กว่าจะมานึกได้ก็ใกล้ๆ เพลแล้ว หลวงลุงเลยพาแวะร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด แถมงานนี้พระไวกว่า ชิงตัดหน้าจ่ายให้โยมซะงั้น ฮ่าๆๆ

ป.ล.มีแต่คนถามว่าไปทำอะไรมา ขี้เกียจเขียนบรรยายเอง เลยมารอตามดู ท่านเล่าจบเมื่อไหร่ก็จะส่งลิ้งก์ไปให้เพื่อนอ่านได้เลยไม่ต้องเขียนเอง อิอิquestion

นมัสการลาค่ะ

#2 By คนสวนบ้านโยมวิทย์ (124.121.193.124) on 2009-03-04 08:52

มาอรุณสวัสดิ์กับเรื่องราวของเช้าวันนี้ค่ะ surprised smile

เห็นภาชนะใส่ก๋วยเตี๋ยวแล้วให้รู้สึกดีมากขึ้นกว่าเดิมที่หลวงพ่อและคณะไปเลี้ยงอาหารเขาเหล่านั่น


ปล เอนทรี่ของหลวงพ่อตั้งแต่เมื่อวานกับวันนี้ ไม่ขึ้นเอนทรี่ใหม่ในหน้าของเฟบเวอริทที่แอดไว้ค่ะ ไม่เข้ามาดูก็จะไม่รู้ว่าอัพแล้ว

#1 By ~ N ~ on 2009-03-04 08:39




Recommend