#005 บันทึกการเดินทางบินเดี่ยวไปกับสายลม [บทที่ ๔ : จนกว่านี้มีอีกไหม]
posted on 03 Mar 2009 12:40 by dhamweb in charityตอน #004 บันทึกการเดินทางบินเดี่ยวไปกับสายลม [บทที่ ๓ : บุญปู่ปุ๊ @ โตแฮ ] อัพเมื่อวานนี้ แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิกเล็กน้อย ทำให้ไม่แสดงอัพเดทให้เพื่อน ๆ ที่ แอดเฟฟไว้ได้เห็น ถ้ายังไม่ได้อ่านกรุณาย้อนไปอ่านก่อน เดี๋ยวจะงงครับ >>คลิ๊กไปที่ บุญปู่ปุ๊ @ โตแฮ<<
เช้าวันที่ ๔ ของการเดินทางครั้งนี้ ยังคงตื่นแต่เช้าเหมือนเช่นเคย ดวงดาวยังคงส่องแสงพราวพรายอยู่บนท้องฟ้า ผิดคาดเล็กน้อย อากาศเย็นสบาย ๆ ไม่หนาวอย่างที่คิด
เรามีกิจกรรมพิเศษอย่างหนึ่งในตอนเช้าคือ เมื่อคืนนี้ชาวเขาเล่าให้ฟังว่าบริเวณที่เราพักคือโรงเรียน ต.ช.ด. บ้านโตแฮแห่งนี้ ตั้งอยู่บนที่ที่เคยเป็นสุสานเก่าประการหนึ่ง และก่อนหน้านี้ไม่นาน มีแม่เฒ่าคนหนึ่งถูกไฟครอกตาย จากนั้นลูกสาวของแม่เฒ่า ก็มักมีอาการแปลก ๆ อีกประการหนึ่ง เมื่อคืนเลยแนะนำว่าให้นำอาหารมาถวายพระในตอนเช้า เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ
ชาวเขาทยอยกันมาพร้อมด้วยอาหารเลิศรสบ้านละ สองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นข้าวดอย ปลูกเอง ตำเอง หุงเอง สีไม่ขาวเหมือนข้าวเจ้าบ้านเรา ออกเหลือง ๆ ตุ่น ๆ แต่มีกลิ่นหอม มีรสที่บรรยายไม่ถูก อีกถ้วยเป็นกับข้าว ทุกบ้านทำคล้าย ๆ กัน คือ เป็นผักต้มใส่เกลือ แล้วแต่ว่าบ้านไหนจะหาผักอะไรมาได้ บ้างก็ีมีหัวมันปนมาด้วย มีบ้านเดียวที่ตำน้ำพริกมา เป็นพริกสดเม็ดใหญ่ ๆ คล้าย ๆ พริกหนุ่ม โขลกหยาบ ๆ กับมะเขือ กับข้าวเขามีเท่านั้นจริง ๆ สอบถามดู ได้ความว่า เป็นกับข้าวปกติประจำวัน นอกจากงานพิเศษ ๆ เช่น งานแต่งงาน ถึงจะมีการล้มไก่ ล้มหมู มาทำกับข้าว หมูที่เลี้ยงเป็นหมูป่า ตัวโต ๆ ขนยาว ๆ เพรียว ๆ ไม่ตุ้ยนุ้ยเหมือนหมูบ้านเรา
กับข้าวพื้นเสียยิ่งกว่าพื้น แต่เชื่อหรือไม่ รสดีอย่าบอกใคร ผักแปลก ๆ แต่ละอย่าง ต้มแล้วให้รสต่างกันไป บ้างขม บ้างมัน หวานนิด ๆ เข้ากับน้ำพริกได้เป็นอย่างดี ฉันไปได้หลายทีเดียว ฉันเสร็จก็จัดการบังสุกุล และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับทั้งหลาย เชื่อได้เลยว่าอะไร อะไร ต้องดีขึ้นแน่นอน
เช้านี้ทีมงานส่วนหนึ่งของเราจำเป็นต้องแยกตัวกลับก่อน โยม ๓ คน หมดวันลาแล้ว ตุ๊ลุงสุพล และตุ๊พี่เบิร์ด ต้องกลับวัดให้ทันเที่ยงเพื่อร่วมงานบวช เราจึงเหลือกันแค่โยม ๓ คน พระ ๕ รูป ครูวิเชียร ( ครู ต.ช.ด. ) โยมอินสม และหนุ่ม ๆ จากบ้านปู่้คำอีก ๓ คน ที่มาร่วมขบวนกับเราตั้งแต่เมื่อวาน
จากที่เคยนั่ง Navara สบาย ๆ ต้องย้ายไปนั่งท้ายรถกะหล่ำ หัวสั่นหัวคลอน กินลม กินฝุ่นได้ไม่นาน เราลงมาถึงบ้านบุญเลอน้อย ที่หมายอีกแห่งที่เราจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ความจริงเราผ่านหมู่บ้านนี้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีเวลาแวะ ได้แต่นำของบริจาคลงไว้ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง
จอดรถได้ก็กุลีกุจอ ช่วยกันเตรียมของ ต้มน้ำ โยมน้อยลง พระทั้งหลายได้โอกาสแสดงฝีมือ หั่นกะหล่ำ ซอยหอม ผ่าลูกชิ้น ต้มน้ำซุป ลวกเส้นหมี่ ไม่นานก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ระดับเชลล์ไม่กล้าชิม แม่ช้อยไม่ยอมรำ ก็เสร็จเรียบร้อย ชาวบ้านทยอยกันมาพร้อมชามในมือคนละ ๑ ใบ
ชามในมือนี้เองที่เป็นดัชนีชี้วัดความจน แสนจะจน คือบางคน แค่ชามติดบ้านสักใบ ยังไม่มี ต้องใช้ภาชนะที่เชื่อว่าถ้าเป็นพวกเรา คงไม่มีใครกล้านำมาใส่อาหาร ภาชนะที่ว่ามีทั้ง กะละมังพลาสติก ขันพลาสติกแตก ๆ หรือแม้แต่ขันมีด้ามที่เราไว้ใช้ในห้องสุขา !! เห็นแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจ พร้อมกับความตั้งใจว่า ถ้ามีการเดินทางอย่างนี้อีก สิ่งที่จะถูกบรรจุไว้ในรายการของบริจาค คือชามสังกะสีจำนวนมาก กะว่าเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับบริจาคชามไปเลยในตัว
ไม่นานนักก๋วยเตี๋ยวหม้อใหญ่ ก็หมดลงชนิดแทบไม่ต้องล้างหม้อ เราออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านปู่คำน้อย ที่สุดท้ายที่เราจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวกัน หมู่บ้านนี้มีความลำบากในเรื่องของแหล่งน้ำ บ้านไหนต่ำกว่าแหล่งน้ำ จะมีประปาภูเขาต่อลงไปให้ใช้ แต่ที่นี่อยู่สูงกว่าลำห้วย ต้องใช้วิธีถือกระป๋องไปตักกันขึ้นมา
บรรยากาศคล้าย ๆ กับปิกนิค มีโต๊ะยาวพร้อมม้านั่งของโรงเรียน ต.ช.ด.ที่นี่ ให้เราได้นั่งฉันเพล และทานข้าวกลางวันกันกลางสนามหญ้า ท่ามกลางสายตาเว้าวอนของชาวเขาที่ดูจะเขิน ๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้ มื้อนี้เราฝากท้องไว้กับก๋วยเตี๋ยวที่เราทำเลี้ยงชาวเขา ไม่นานนักก็เรียบร้อย
ด้วยความชำนาญ คนหนึ่งหยิบเส้น อีกคนใส่ลูกชิ้น อีกคนใส่หมูแดง ผัก และตักน้ำ ทั้งพระทั้งโยมช่วยกัน เผลอแป๊ปเดียว ทุกอย่างก็อันตรธานหายไปอยู่ในท้องของกะเหรี่ยงเล็ก กะเหรี่ยงโต จนหมดเกลี้ยงชนิดว่า ยกหม้อเท กันเลยทีเดียว
น้ำใจไม่ได้มีเฉพาะคนรวย พริกกะเหรี่ยงที่เผ็ดแสบไส้จำนวนมากทยอยกันมาจากบ้านโน้นบ้าง บ้านนี้บ้าง พวกเขานำมาแทนคำขอบคุณ มากันไม่ขาดสาย จนเราต้องรีบออกรถก่อนที่พริกจะหมดหมู่บ้าน
รถลงมาถึงหมู่บ้านปู่คำ หนุ่ม ๆ กะเหรี่ยงที่ขึ้นไปช่วยเราขอแยกตัวเข้าบ้านก่อน เหลือแต่โยมอินสม ที่ต้องขับรถลงไปส่งเราที่แม่สะเรียง กับเพื่อนอีก ๑ คน และครูวิเชียรที่จะติดรถลงไปประชุมในเมืองเท่านั้นที่ยังเดินทางไปกับเรา ยังเหลือของบริจาคอีกอย่างเดียว คือเครื่องเล่นวีซีดี ๑ เครื่อง ตกลงกันว่าจะนำไปให้ที่โรงเรียนบ้านห้วยโผ
บ้านห้วยโผนั้นอยู่ต่ำกว่าแม่สามแลบ มีความเจริญพอสมควร โรงเรียนมีสอนถึงมัธยมต้น เด็ก ๆ ที่มาเรียนส่วนมาก มาจากบนดอย
ที่โรงเรียนบ้านห้วยโผนี้เอง เราได้ปรึกษากันถึงการเดินทางกลับ ถ้าคืนนี้พักที่แม่สะเรียง วันพรุ่งนี้ต้องขับรถรวดเดียวจากแม่สะเรียงกลับกรุงเทพ ซึ่งไม่น่าต่ำกว่า ๑๒ ชั่วโมง สงสารคนขับ ( หรือว่าคนนั่งกลัวไม่ปลอดภัยก็ไม่ทราบ ) จึงตกลงกันว่า เราจะไม่นอนที่แม่สะเรียง แต่จะเลยไปพักกันที่ ลี้ ที่วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่
ไม่นานนักเราก็มาถึงวัดจอมทอง อำเภอแม่สะเรียง อาบน้ำ อาบท่า ล้างหน้า ล้างตา พอสดชื่น กราบลาครูบาอินสม และตุ๊ลุงสุพล เรียบร้อย เราจึงออกเดินทางอีกครั้ง เช่นเคย ขบวนที่เหลือแค่ ๒ ค้น Vigo กับ Civic ไม่เป็นรูปขบวนอีกแล้ว ด้วยความแรงของเครื่อง D4D และฝีเท้าของคนขับ ทำให้ Vigo หายลับไปกับตา
Civic เราวิ่งไปคันเดียว เรื่อย ๆ สบาย ๆ ผ่านออบหลวง ผ่านฮอด เลี้ยวมาทางดอยเต่า ก่อนเข้าบ้านโฮ้ง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น Vigo เลี้ยวผิด วิ่งเลยทางแยกดอยเต่าไปไกลโข ต้องตีรถย้อนกลับมา ปล่อยให้เต่าวิ่งสบาย ๆ ชนะกระต่ายเป็นหนที่ ๒
แต่สุดท้ายทั้งเต่า ทั้งกระต่าย ก็เข้าเส้นชัยพร้อม ๆ กัน ต่างกันที่ว่า เต่าได้แวะทานเย็นตาโฟเจ้าเก่าก่อนเข้าที่พัก แต่กระต่ายอด เช่นเคย เราได้รับการต้อนรับอย่างดี จากตุ๊พ่อมหาสิงห์ และตุ๊ลุงมงคล
น่าแปลกที่อากาศที่ลี้ กลับหนาวเย็นกว่าบนยอดดอย แต่ด้วยความเหนื่อยล้า เราต่างหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้แล้วซินะ ที่เราจะพากันบินกลับสู่รวงรัง
บุญรักษาครับ
เหมือนเคย ดูรูปกัน
อาหารเช้า หลังพระฉันแล้ว ก็ให้เด็ก ๆ ทานต่อ ใครชอบผักบ้าง ?
ภาพโดย The P+om
ทะเลหมอก หรือทะเลเมฆ ไม่รู้ รู้แต่ว่า..สวย.. ภาพโดย mahaoath
ย้ายมานั่งท้ายรถกะหล่ำ ภาพโดย Dhammasarokikku
อร่อยแน่ แค่พ่อครัวก็กินขาด ภาพโดย Dhammasarokikku
สังเกตขันใส่ก๋วยเตี๋ยว จนกว่านี้มีอีกไหม ?? ภาพโดย Dhammasarokikku
ที่บ้านปู่คำน้อย กำลังง่วนกันเชียว ภาพโดย Dhammasarokikku
ที่แรกเตาอยู่ในร่ม ไป ๆ มา ๆ กลางแดดซะ ที่เห็นอ้วน ๆ น่ะ ผ้ามันหนาหรอก ;P
ภาพโดย Dhammasarokikku
ต่อจากภาพที่แล้ว ถึงกับยกเท หมดเกลี้ยงจริง ๆ ภาพโดย Dhammasarokikku
พริกกะเหรี่ยงมาแล้ว ภาพโดย Dhammasarokikku
โรงเรียนบ้านห้วยแม่กองก้าด ภาพโดย Dhammasarokikku
อยากให้ดูวิดีโอเหล่านี้ นานหน่อย แต่จะเข้าใจสภาพของพวกเขาได้ดีทีเดียว
โดย mahaoath
โดย Dhammasarokikku

คุยๆ กันอยู่ว่าสงสัยจะให้พระวัดนั้นปลุกเสกอะไรก่อนหรือเปล่า(เหมือนกับข้าวสารเสก) เอาไปซัดใส่หน้าใครคงจะแสบร้อนจนลงไปนอนดิ้นพรวดพราดแหงมๆ เอิ้ก
ร่วมขบวนไปด้วยคราวนี้คิดว่าจะได้ชิมอาหารกะเหรี่ยงโดยเฉพาะผักพื้นบ้านแปลกๆ ปรากฏว่าแห้วตลอด แถมเช้าวันกลับยังไม่ได้กินข้าวเช้าอีก
แต่กว่าจะมานึกได้ก็ใกล้ๆ เพลแล้ว หลวงลุงเลยพาแวะร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด แถมงานนี้พระไวกว่า ชิงตัดหน้าจ่ายให้โยมซะงั้น ฮ่าๆๆ

)ได้ที่นอนยาวสบายในแค๊ป
หลับเกือบตลอดทางยกเว้นอยู่ช่วงนึง ที่เฮียแกหลับไม่ลง เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนตัวคนขับ ทำเอามนตรีไม่กล้าล้มตัวลงนอน โชคดีที่ก่อนหน้านั้นเราแวะร้านกาแฟกัน เลยหาข้ออ้างมาแก้ตัวได้ว่า "อ๋อ เพิ่งกินกาแฟมาฮะ เลยไม่ง่วง" (ก๊ากๆๆๆๆ)
โชว์เพลง"น้ากาลาโต้"ให้ฟังด้วยหลังจากที่ถามไปว่าชื่อร้านคุ้นๆ แปลว่าอะไร
(ขออนุญาตนะคะท่านมหา


![Good 2 Share [facebook group]](http://dhamweb.exteen.com/images/theme2009/FaceBook_32x32.png)






เห็นภาชนะใส่ก๋วยเตี๋ยวแล้วให้รู้สึกดีมากขึ้นกว่าเดิมที่หลวงพ่อและคณะไปเลี้ยงอาหารเขาเหล่านั่น
ปล เอนทรี่ของหลวงพ่อตั้งแต่เมื่อวานกับวันนี้ ไม่ขึ้นเอนทรี่ใหม่ในหน้าของเฟบเวอริทที่แอดไว้ค่ะ ไม่เข้ามาดูก็จะไม่รู้ว่าอัพแล้ว
#1 By ~ N ~ on 2009-03-04 08:39