คุณตุ้มเป๊ะ ถามมาเรื่องเกี่ยวกับการสวดมนต์ ด้วยความเกรงว่าบทสวดที่มีอยู่จะไม่ถูกต้อง และอยากได้คำแปลด้วย
คำถามอยู่ที่ เอ็นทรี่นี้ และได้ไปคอมเม้นตอบไว้บางส่วน ด้วยคิดว่าพิมพ์ไปพิมพ์มา ทำท่าจะยาวยืด จึงยกมาเป็นเอ็นทรี่ใหม่ซะเลยดีกว่า
เมื่อคืนไปเกริ่นไว้อย่างนี้ครับ
ตอบ คุณตุ้มเป๊ะ
ใจ สำคัญที่สุดครับ
สวดด้วย ใจ บทไหน ๆ ก็ขลัง
มนต์ ที่สวดกันอยู่ทุก ๆ วันนี้ ถ้าจะให้แบ่งประเภท ตามเนื้อหาของมนต์ จะมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเภทหลัก คือ
๑ คำสอน ของพระศาสดาโดยตรง เช่น พระปริตร ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนาน หรือ พระสูตรต่าง ๆ
๒ คำสรรเสริญ พระคุณ ของ พระรัตนตรัย
๓ คำขอ ประมาณว่า ขอให้พระคุ้มครอง รวมทั้ง การขอขมาต่อพระรัตนตรัยในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน
ทีนี้มาดูประโยชน์ ที่จะได้จากการสวดมนต์....
นึกถึงเรื่องเก่า ๆ แล้วก็ให้แอบขำตัวเองนิด ๆ สมัยที่ห่างไกลพระศาสนาเหลือเกินนั้น ฟังพระสวดแล้วให้รำคาญ ว่า ท่านสวดอะไรกัน(วะ) ไม่เห็นรู้เรื่องเลย และแอบอิจฉาคริสต์ด้วย ที่มีบทสวด เพลงสวดเป็นภาษาไทย
แต่ผ่านไปไม่กี่ปี เมื่อเพลนี้เองพึ่งเป็นหัวหน้าชุดนำสวด ในงานทำบุญเปิดสาขาอยุธยาของบริษัทแคนนอน
จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ไม่รู้คำแปลบทสวดต่าง ๆ ก็เป็นเหตุผลสำคัญอันดับ ๒ ที่ทำให้เรียนบาลีจนเป็นมหาอย่างทุกวันนี้ อยากรู้ครับว่าสวดอะไรกัน ส่วนเหตุผลอันดับแรก คือ เกิดความคิดแว่บขึ้นมาว่า "ถ้าบวชแล้วไม่เรียน (กู)ไปลากเกวียนดีกว่า" กลัวไม่คุ้มค่าข้าว ค่าปัจจัยที่ได้รับมา
เรียนแล้วก็ถึงบางอ้อ ได้รู้ว่าบทสวดที่สวด ๆ กันอยู่ทุก ๆ วันนี้ แบ่งเป็น ๓ ประเภท ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นเอง
เดิมทีเดียวในสมัยพุทธกาล การสวดมนต์ ท่านใช้สำนวนว่า การสาธยาย ก็คือการนำคำสอน มาท่อง ให้ขึ้นใจ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จนกระทั่งถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงอุปถัมภ์ในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ จึงมีการบันทึกไว้ พระธรรมวินัย มีด้วยกัน ๘๔,๐๐๐ ข้อ และแต่ละข้อไม่ใช่สั้น ๆ แบ่งเป็น พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม
พระวินัย ว่าด้วยเรื่องของศีล พระสูตร เป็นเรื่องที่มีการอ้างถึงบุคคล พระอภิธรรม เป็น เรื่องของธรรมล้วน ๆ ( ประมาณ pure science แต่เป็นเรื่องของจิต เจตสิก รูป และนิพพาน ล้วน ๆ ไม่มีบุคคล สถานที่มาเกี่ยวข้อง )
รุ่นหลัง ๆ มา ก็มีการแต่งบทสวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการท่องพระไตรปิฎก หรือคำสอนของพระศาสดาอย่างเดียว ก็มีการ เพิ่มปรเภทที่ ๒ คำสรรเสริญ ประเภทที่ ๓ คำขอ เข้ามาอีก และมีการวางระเบียบแบบแผน ที่เรียกว่า ศาสนพิธี กำหนดว่า งานไหนสวดบทไหน งานศพสวดอย่างหนึ่ง งานวันเกิดสวดอย่างหนึ่ง งานขึ้นบ้านใหม่สวดอีกอย่างหนึ่ง
สวดไปสวดมาก็ให้เกิดปรากฏการณ์ "ท่านสวดอะไรกัน(วะ) ขึ้น" แต่ไม่เป็นปัญหาครับ ท่านที่ไม่ได้เรียนบาลี ก็สามารถรู้ได้ว่าพระสวดอะไรกัน หรือที่เราสวดอยู่ทุก ๆ วันนี้แปลว่าอะไร เพราะได้มีครูบาอาจารย์ท่านได้ขวนขวาย รวบรวมบทสวดต่าง ๆ ที่สวดกันอยู่ทุก ๆ วันนี้ไว้ด้วยกัน เป็นหนังสือคู่้มือประจำตัวพระตั้งแต่บวชใหม่ ไปจนระดับเจ้าคณะพระสังฆาธิการ เรียกว่าหนังสือ "มนต์พิธี"
ดูสภาพกันเอาเองก็แล้วกันครับ เล่มนี้ไม่ใช่เล่มแรก เป็นเล่มที่ ๒ ส่วนเล่มแรกนั้นหมดสภาพไปนานแสนนานแล้ว
เล่มเหลืองนี้ เป็นบาลี หรือภาษามคธล้วน ไม่มีคำแปล เล่มที่มีคำแปลปกจะสีนวล ๆ ไม่ได้ติดมือมาด้วยเลยไม่มีรูปให้ดู หน้าปกจัด Art Work คล้าย ๆ กับเล่มนี้เลย แต่ชื่อว่า "มนต์พิธีแปล"
นอกจากสองเล่มนี้ที่ใช้กันเป็นสากลแล้ว ยังมีของสำนักต่าง ๆ ที่แปลกันขึ้นมาเองอีก ทั้งวัด ทั้งฆารวาส เช่น หนังสือสวดมนต์ของวัดใหญ่ชัยมงคล ของสวนโมกขพลาราม หรือของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ละเล่มอาจมีสำนวนต่างกันบ้างเล็กน้อย เนื่องจากยุคสมัย และภาษาในการแปลที่เปลี่ยนไป แต่ไม่ต่างกันในสาระสำคัญ
ส่วนที่คุณตุ้มเป๊ะ เป็นห่วงเรื่องผิด หรือ ถูก บอกได้เลยครับว่า ถูกทุกบท ขึ้นอยู่กับว่าสวดที่ไหน ใครสวด เคยฟังพระศรีลังกา สวดไหมครับ นะโม ตัสสะ เหมือนกับเรานี่แหละครับ แต่ออกเสียงไปคนละเรื่องเลย ของพรรค์นี้มันอยู่ที่ใจ เราสวดด้วยศรัทธา ความเชื่อมั่น ซะอย่าง ยกเว้นบางบทที่ต้องถูกเป๊ะ ๆ ห้ามผิด แต่ก็เป็นเรื่องของพระวินัย ส่วนที่เป็นการทำสังฆกรรมของพระเท่านั้น อย่างบทสวดนาค บทปาฏิโมกข์ เอาเป็นว่าทางโยม สบายใจได้ มีหนังสือเล่มไหน ก็ว่าตามเล่มนั้นไปเลยครับ เวลาไปเข้าหมู่ปฏิบัติธรรม ก็เอาอย่างพระ พระ ๑๐๐ วัด สวดเข้ากันได้ เพราะสวดไปฟังไป ไม่มีใครเก่งกว่าใคร สังเกตหลายทีแล้ว โยมไม่กี่คน สวดเข้ากันยากเหลือเกิน เพราะว่า "ของข้าถูก ทำนองข้าถูก เนื้อมนต์ข้าถูก" เข้าหมู่แล้วก็ฟัง ๆ กัน สวดไปด้วยกันจะไพเราะมาก ๆ
สวดมนต์แล้วได้ศีล เพราะในขณะที่สวดมนต์ คงไม่มีใครผิดศีล ๕ เว้นแต่ว่าสวดไปตบยุงไป สวดแล้วได้สมาธิ จิตใจจดจ่อกับคำสวดแต่ละคำ แต่ละคำ (ไสยศาสตร์ ก็ใช้สมาธิที่เกิดจากการสวดคาถาต่าง ๆ เป็นบาทฐานแห่งฤทธิ์ เป็นมิจฉาสมาธิ) ยิ่งถ้าได้สวดแปล หรือรู้คำแปลด้วย แล้วปล่อยใจพิจารณาไปตามกระแสแห่งธรรม แล้วละก็ ไม่แน่สวดไปสวดมาบรรลุธรรมชั้นสูงเป็นพระอรหันต์ได้เลย เพราะว่าการสาธยายธรรม เป็นอย่างหนึ่งในธรรมายตนะ ที่เกิดแห่งธรรมคือนิพพานด้วยครับ
ครบทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าจะจัดเป็นบุญ ก็มากมายมหาศาลทีเดียว มาสวดมนต์กันดีกว่าครับ
บุญรักษาครับ
แถมหน่้อย มีหนังสือสวดมนต์แปล ของวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ ใครอยากได้ ems ที่อยู่มาครับ ฟรี




![Good 2 Share [facebook group]](http://dhamweb.exteen.com/images/theme2009/FaceBook_32x32.png)






อยากได้ค่ะ แล้วจะ ems บอกนะคะ
สาูธุค่ะ
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-12-02 16:10