มนต์

posted on 02 Dec 2008 12:49 by dhamweb  in dhamma

คุณตุ้มเป๊ะ ถามมาเรื่องเกี่ยวกับการสวดมนต์ ด้วยความเกรงว่าบทสวดที่มีอยู่จะไม่ถูกต้อง และอยากได้คำแปลด้วย

คำถามอยู่ที่ เอ็นทรี่นี้ และได้ไปคอมเม้นตอบไว้บางส่วน ด้วยคิดว่าพิมพ์ไปพิมพ์มา ทำท่าจะยาวยืด จึงยกมาเป็นเอ็นทรี่ใหม่ซะเลยดีกว่า

เมื่อคืนไปเกริ่นไว้อย่างนี้ครับ

ตอบ คุณตุ้มเป๊ะ
ใจ สำคัญที่สุดครับ
สวดด้วย ใจ บทไหน ๆ ก็ขลัง
มนต์ ที่สวดกันอยู่ทุก ๆ วันนี้ ถ้าจะให้แบ่งประเภท ตามเนื้อหาของมนต์ จะมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเภทหลัก คือ
๑ คำสอน ของพระศาสดาโดยตรง เช่น พระปริตร ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนาน หรือ พระสูตรต่าง ๆ
๒ คำสรรเสริญ พระคุณ ของ พระรัตนตรัย
๓ คำขอ ประมาณว่า ขอให้พระคุ้มครอง รวมทั้ง การขอขมาต่อพระรัตนตรัยในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน
ทีนี้มาดูประโยชน์ ที่จะได้จากการสวดมนต์....

นึกถึงเรื่องเก่า ๆ แล้วก็ให้แอบขำตัวเองนิด ๆ สมัยที่ห่างไกลพระศาสนาเหลือเกินนั้น ฟังพระสวดแล้วให้รำคาญ ว่า ท่านสวดอะไรกัน(วะ) ไม่เห็นรู้เรื่องเลย และแอบอิจฉาคริสต์ด้วย ที่มีบทสวด เพลงสวดเป็นภาษาไทย 

แต่ผ่านไปไม่กี่ปี เมื่อเพลนี้เองพึ่งเป็นหัวหน้าชุดนำสวด ในงานทำบุญเปิดสาขาอยุธยาของบริษัทแคนนอน

จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ไม่รู้คำแปลบทสวดต่าง ๆ ก็เป็นเหตุผลสำคัญอันดับ ๒ ที่ทำให้เรียนบาลีจนเป็นมหาอย่างทุกวันนี้ อยากรู้ครับว่าสวดอะไรกัน ส่วนเหตุผลอันดับแรก คือ เกิดความคิดแว่บขึ้นมาว่า "ถ้าบวชแล้วไม่เรียน (กู)ไปลากเกวียนดีกว่า" กลัวไม่คุ้มค่าข้าว ค่าปัจจัยที่ได้รับมา

เรียนแล้วก็ถึงบางอ้อ ได้รู้ว่าบทสวดที่สวด ๆ กันอยู่ทุก ๆ วันนี้ แบ่งเป็น ๓ ประเภท ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นเอง

เดิมทีเดียวในสมัยพุทธกาล การสวดมนต์ ท่านใช้สำนวนว่า การสาธยาย ก็คือการนำคำสอน มาท่อง ให้ขึ้นใจ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จนกระทั่งถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงอุปถัมภ์ในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ จึงมีการบันทึกไว้ พระธรรมวินัย มีด้วยกัน ๘๔,๐๐๐ ข้อ และแต่ละข้อไม่ใช่สั้น ๆ แบ่งเป็น พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม

พระวินัย ว่าด้วยเรื่องของศีล พระสูตร เป็นเรื่องที่มีการอ้างถึงบุคคล พระอภิธรรม เป็น เรื่องของธรรมล้วน ๆ ( ประมาณ pure science แต่เป็นเรื่องของจิต เจตสิก รูป และนิพพาน ล้วน ๆ ไม่มีบุคคล สถานที่มาเกี่ยวข้อง )

รุ่นหลัง ๆ มา ก็มีการแต่งบทสวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการท่องพระไตรปิฎก หรือคำสอนของพระศาสดาอย่างเดียว ก็มีการ เพิ่มปรเภทที่ ๒ คำสรรเสริญ ประเภทที่ ๓ คำขอ เข้ามาอีก และมีการวางระเบียบแบบแผน ที่เรียกว่า ศาสนพิธี กำหนดว่า งานไหนสวดบทไหน งานศพสวดอย่างหนึ่ง งานวันเกิดสวดอย่างหนึ่ง งานขึ้นบ้านใหม่สวดอีกอย่างหนึ่ง 

สวดไปสวดมาก็ให้เกิดปรากฏการณ์ "ท่านสวดอะไรกัน(วะ) ขึ้น" แต่ไม่เป็นปัญหาครับ ท่านที่ไม่ได้เรียนบาลี ก็สามารถรู้ได้ว่าพระสวดอะไรกัน หรือที่เราสวดอยู่ทุก ๆ วันนี้แปลว่าอะไร เพราะได้มีครูบาอาจารย์ท่านได้ขวนขวาย รวบรวมบทสวดต่าง ๆ ที่สวดกันอยู่ทุก ๆ วันนี้ไว้ด้วยกัน เป็นหนังสือคู่้มือประจำตัวพระตั้งแต่บวชใหม่ ไปจนระดับเจ้าคณะพระสังฆาธิการ เรียกว่าหนังสือ "มนต์พิธี"

ดูสภาพกันเอาเองก็แล้วกันครับ เล่มนี้ไม่ใช่เล่มแรก เป็นเล่มที่ ๒ ส่วนเล่มแรกนั้นหมดสภาพไปนานแสนนานแล้ว

เล่มเหลืองนี้ เป็นบาลี หรือภาษามคธล้วน ไม่มีคำแปล เล่มที่มีคำแปลปกจะสีนวล ๆ ไม่ได้ติดมือมาด้วยเลยไม่มีรูปให้ดู หน้าปกจัด Art Work คล้าย ๆ กับเล่มนี้เลย แต่ชื่อว่า "มนต์พิธีแปล"

นอกจากสองเล่มนี้ที่ใช้กันเป็นสากลแล้ว ยังมีของสำนักต่าง ๆ ที่แปลกันขึ้นมาเองอีก ทั้งวัด ทั้งฆารวาส เช่น หนังสือสวดมนต์ของวัดใหญ่ชัยมงคล  ของสวนโมกขพลาราม หรือของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ละเล่มอาจมีสำนวนต่างกันบ้างเล็กน้อย เนื่องจากยุคสมัย และภาษาในการแปลที่เปลี่ยนไป แต่ไม่ต่างกันในสาระสำคัญ

ส่วนที่คุณตุ้มเป๊ะ เป็นห่วงเรื่องผิด หรือ ถูก บอกได้เลยครับว่า ถูกทุกบท ขึ้นอยู่กับว่าสวดที่ไหน ใครสวด เคยฟังพระศรีลังกา สวดไหมครับ นะโม ตัสสะ เหมือนกับเรานี่แหละครับ แต่ออกเสียงไปคนละเรื่องเลย ของพรรค์นี้มันอยู่ที่ใจ เราสวดด้วยศรัทธา ความเชื่อมั่น ซะอย่าง ยกเว้นบางบทที่ต้องถูกเป๊ะ ๆ ห้ามผิด แต่ก็เป็นเรื่องของพระวินัย ส่วนที่เป็นการทำสังฆกรรมของพระเท่านั้น อย่างบทสวดนาค บทปาฏิโมกข์ เอาเป็นว่าทางโยม สบายใจได้ มีหนังสือเล่มไหน ก็ว่าตามเล่มนั้นไปเลยครับ  เวลาไปเข้าหมู่ปฏิบัติธรรม ก็เอาอย่างพระ พระ ๑๐๐ วัด สวดเข้ากันได้ เพราะสวดไปฟังไป ไม่มีใครเก่งกว่าใคร สังเกตหลายทีแล้ว โยมไม่กี่คน สวดเข้ากันยากเหลือเกิน เพราะว่า "ของข้าถูก ทำนองข้าถูก เนื้อมนต์ข้าถูก" เข้าหมู่แล้วก็ฟัง ๆ กัน สวดไปด้วยกันจะไพเราะมาก ๆ 

สวดมนต์แล้วได้ศีล เพราะในขณะที่สวดมนต์ คงไม่มีใครผิดศีล ๕ เว้นแต่ว่าสวดไปตบยุงไป  สวดแล้วได้สมาธิ จิตใจจดจ่อกับคำสวดแต่ละคำ แต่ละคำ (ไสยศาสตร์ ก็ใช้สมาธิที่เกิดจากการสวดคาถาต่าง ๆ เป็นบาทฐานแห่งฤทธิ์ เป็นมิจฉาสมาธิ) ยิ่งถ้าได้สวดแปล หรือรู้คำแปลด้วย แล้วปล่อยใจพิจารณาไปตามกระแสแห่งธรรม แล้วละก็ ไม่แน่สวดไปสวดมาบรรลุธรรมชั้นสูงเป็นพระอรหันต์ได้เลย เพราะว่าการสาธยายธรรม เป็นอย่างหนึ่งในธรรมายตนะ ที่เกิดแห่งธรรมคือนิพพานด้วยครับ

ครบทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าจะจัดเป็นบุญ ก็มากมายมหาศาลทีเดียว มาสวดมนต์กันดีกว่าครับ

บุญรักษาครับ

 

แถมหน่้อย มีหนังสือสวดมนต์แปล ของวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ ใครอยากได้ ems ที่อยู่มาครับ ฟรี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณค่ะ... แบบเล่มเหลืองนี้ก็มี... ได้จากงานศพ... งั้นจะกลับไปเทียบดูค่ะ

อยากได้ค่ะ แล้วจะ ems บอกนะคะbig smile

สาูธุค่ะ

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-12-02 16:10

Hot!

สาธุครับ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-12-02 20:03

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สวนตอนเช้า และก่อนนอนครับ แต่สวดไปหลับไป จะเป็นไรมั้ยเนี่ย sad smile

#3 By นักรบ on 2008-12-03 01:33

^
^
ดีกว่าไม่สวดนะ

#4 By mahaoath on 2008-12-03 09:45

ก่อนหน้านี้สวดอิติปิโสครับ
หลังๆ มาไม่ได้สวดแล้ว สวดแต่อะระหัง 555

แต่แม่ผมเค้าสวดทุกวัน ทำบุญตักบาตรทุกวันไม่เคยขาด
ปกติแม่ก็จะลากผมไปตักบาตรด้วย
แต่ช่วงนี้พอผมไม่สบายผมก็ไม่ได้ไปตักบาตรเลยครับ - -"

เดี๋ยวต้องกลับมาสวดมนต์บ้างซะแล้ว

#5 By r i j e -[a x k i z e l] on 2008-12-03 09:58

ู^
^
ดีครับเริ่มวันนี้เลย

#6 By mahaoath on 2008-12-03 10:06

สาธุครับท่าน อ่านแล้วสบายใจดี

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-12-03 11:50

วันนี้นะคะ ไปทำสังฆทานมา แต่ด้วยความที่ข้างวัดก็เปิดเพลงเสียดัง พระท่านก็ชราแล้ว เสียงค่อนข้างเบา ฟังไม่ค่อยถนัดค่ะ เลยดำน้ำมั่วไปหลายคำ บุญจะไปถึงเจ้ากรรมนายเวรไหมคะนี่ open-mounthed smile

#8 By b613 ดาวถัดมา on 2008-12-03 21:09

^
^
ถึงครับ ถ้าใจถึง อยู่ที่ใจ

#9 By mahaoath on 2008-12-03 21:15

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

#10 By b613 ดาวถัดมา on 2008-12-03 21:18

...เพิ่งจะรู้ประวัติและความหมายของชื่อตัวเองอย่างละเอียดก็วันนี้แหละค่ะ อ่านแล้ว..."ทึ่ง" กับตัวเองจริง ๆ ว่า ขนาดนี้เลยเหรอเรา sad smile sad smile

เมื่อก่อนเวลาคนแถวเอเชียใต้ถามคำแปลของชื่อจะบอกแค่ว่า มันตรา (ร เรือต้องควบกล้ำให้ชัด) ก็เป็นอันว่าเข้าใจ ต่อไปถ้ามีใครมาถามจะรีบส่งบทความของท่านให้อ่านเลยค่ะ big smile

#11 By มนตรา (58.8.132.91) on 2008-12-03 21:30

ชอบค่ะ และได้นำไปไว้ที่เว็บวัดกลาง ฯ แล้วค่ะ ท่านคงต้องไปตามหาเอาเองว่าอยู่ส่วนไหน ...ลึกลับเหมือนชื่อค่ะ

ปล. ขอบคุณคุณตุ้มเป๊ะสำหรับคำถามดี ๆ เช่นนี้นะคะ มีประโยชน์มากสำหรับคนที่มีชื่อแนว ๆ นี้ค่ะ confused smile

#12 By มนตรา (58.8.132.91) on 2008-12-03 21:31

ปล. พระท่าน... ดูจากภาพแล้วมนต์คงจะขลังน่าดูเพราะหนังสือเก่าได้ใจจริง ๆ ค่ะ

#13 By มนตรา (58.8.132.91) on 2008-12-03 21:40

#11 - 13
เอ ไว้ตรงไหนในเว็บวัดกลางครับเนี่ย หาไม่เจอ

#14 By mahaoath on 2008-12-04 20:17

ถามบ้างค่ะ

จำเป็นมั้ยคะว่าสวดมนต์ต้องออกเสียง
คือ...ที่ทำอยู่จะไม่ออกเสียงน่ะค่ะ

ถามพระ พระท่านบอกว่าควรออกเสียงแต่ไม่มีเหตุผล (ที่เราคิดว่าน่าเชื่ออ่ะ big smile )

บางคนบอกไม่จำเป็น

ทดลองทำดู พบว่าเวลาไม่ออกเสียง จิตจะจดจ่อกับการสวดมนต์ (หรือนึกถึงมนต์) ได้ดีกว่าน่ะค่ะ อาจเพราะชินกับแบบนี้มั้งคะ

แล้วมันต้องเป็นแบบไหนล่ะ embarrassed
^
^
แบบที่ถนัดครับ จริตคนเราไม่เหมือนกัน

#16 By mahaoath on 2008-12-09 14:41

สำหรับ # 14 ของพระอาจารย์

เอาไปไว้ที่ห้องแสดงภาพถ่าย - ธรรมะรำพัน - เรื่องพรพระค่ะ ลึกลับพอสมควร sad smile

#17 By มนตรา (58.8.239.109) on 2008-12-11 19:05






Recommend

Watch videos at Vodpod and more of my videos