อกหัก ดีกว่า รักไม่เป็น (เหรอ)
posted on 29 Nov 2008 14:23 by dhamweb in dhammaอกหัก ดีกว่า รักไม่เป็น จริงหรือ?
หลาย ๆ คนคงจะเคยมีความรัก และคงจะเคยอกหักมาแล้ว อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต
เรื่องความรักนี้ในแง่มุมของพระพุทธศาสนา มีความรักอยู่หลายแง่ หลายมุมด้วยกัน เพราะว่าพระศาสดาของเรานั้น พระองค์ท่านทรงเป็น นักรักผู้ยิ่งใหญ่ แต่ความรักของพระองค์นั้นไม่เหมือนกันกับ ความรักของคาสโนว่า หรือใคร ๆ ที่เป็นจอมเจ้าชู้ทั้งหลาย ที่เป็นความรักแบบโลก ๆ
ความรักแบบโลก ๆ เป็นความรัก ที่มีลักษณะของการอยากซะมาก รัก แล้วก็อยากเห็นหน้าคนรัก อยากได้ยินเสียง อยากได้ความเอาใจใส่ อยากได้ความเข้าใจ อยากได้นู่น อยากได้นี่ จากคนรัก ก็เพราะว่าต้องการให้ตนเองเป็นสุข เป็นความรักที่มีตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง
เมื่อใดที่คนรักไม่สามารถสนองความต้องการได้ ก็เป็นปัญหา งอนกัน ทะเลาะกัน หรือเลิกกัน รวม ๆ ก็คือ อกหัก นั่นเอง
ความรักอย่างของพระพุทธเจ้านั้น เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้ว พ้นจากความทุกข์แล้ว ทรงมีความกรุณาสงสารสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนว่าย ตายเกิด อยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อเวไนยสัตว์ ทำให้พระองค์ทรงยอมลำบาก ตรากตรำ พระวรกาย เสด็จไปทรงเผยแผ่พระศาสนาอีกนานถึง ๔๕ พรรษา ทั้ง ๆ ที่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานเลยก็ยังได้
ความเป็นอยู่ของพระพุทธเจ้า และพระภิกษุในสมัยพุทธกาลนั้น ไม่ได้สบาย อย่างทุกวันนี้นะครับ ลองนึกภาพตามไปว่า สมมติว่า ท่านเป็นพระในสมัยนั้น มีสมบัติติดตัวคือ ผ้า ๓ ผืน ไว้นุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง อีกผืนสารพัดประโยชน์ ทั้งห่มซ้อนกันหนาว ปูนั่ง ปูนอน กรองน้ำดื่ม ผ้าทั้ง ๓ ผืน เป็นผ้าเก่า ๆ เก็บมาจากป่าบ้าง จากป่าช้าบ้าง นำมาเย็บต่อ ๆ กันเข้าให้ได้ขนาด แล้วย้อมด้วยน้ำต้มยางไม้เพื่อดับกลิ่นเหม็น มีบาตรลูกหนึ่ง ซึ่งก็เหมือน ๆ กับ กะลาขอทาน ห่มผ้าเก่า ๆ ถือบาตร เที่ยวขออาหารเขากินพอประทังชีวิต ที่อยู่ก็เป็นตามโคนไม้ ในป่า บนเขา ในถ้ำ นอกจากว่าเข้าพรรษาจึงจะหาอาวาสอยู่ ปกติแล้ว ค่ำไหนนอนนั่น เอาผ้าสารพัดประโยชน์ที่เรียกว่าสังฆาฏิ ปูรองนอน หนุนท่อนไม้ หรือหนุนแขนตัวเอง
ถ้าพระพุทธเจ้าของเรา ไม่ทรงเป็นผู้ที่มีความรัก ความเมตตา ความกรุณา อย่างหาที่สุดไม่ได้แล้วละก็ พระองค์จะทรงยอมลำบากหนักหนาสาหัสทำไม ดังนั้นคงจะไม่ผิด ถ้าจะกล่าวว่าพระศาสดาทรงเป็นนักรักผู้ยิ่งใหญ่
ความรักของพระองค์นั้นเป็นความรักที่มีแต่ให้ คือต้องการให้ผู้อื่นเป็นสุข ให้พ้นจากความทุกข์ ความรักที่มีแต่ให้อย่างนี้ ไม่มีวันอกหักครับ
แล้วปุถุชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะรักแบบนี้ได้ไหม?
ตอบว่าได้ครับ ได้ด้วยการทำให้ธรรมเพียง ๔ ข้อ มี เป็น เกิดขึ้นกับเรา ธรรมที่ว่า เรียกว่า พรหมวิหารธรรมประกอบด้วยข้อธรรม ๔ ข้อ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
เมตตา กับ กรุณา หลาย ๆ คนยังงงว่าเหมือน หรือต่างกันอย่างไร ต่างกันนิดหน่อย เมตตา มาจากรากศัพท์คำเดียวกับคำว่า มิตร หรือ คำว่า ไมตรี โดยความหมายแล้ว เมตตา หมายถึง ความต้องการให้พบความสุข ถ้าเรามีเมตตากับใครก็ตาม เราจะทำให้เขามีความสุข ( แฟนเราจะมีความสุข ถ้ามีคนใหม่ เราก็ยินดี - ทำกันได้ไหมเนี่ย? )
กรุณา หมายถึง สงสาร อยากให้เขาพ้นทุกข์ ( อยู่กับเรามันมีแต่เรื่องทุกข์กาย ทุกข์ใจ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ )
มุทิตา หมายถึง ยินดีไปกับเขาด้วย ในเมื่อเขามีความสุข ( ได้แฟนใหม่ไฉไลกว่าเรา ดีจัง สาธุ )
อุเบกขา หมายถึง วางเฉยเมื่อเขารับผลกรรมที่ไม่ดี ( ได้แฟนใหม่ แย่กว่าเราอีก - กรรมหนอ ) อุเบกขานี่ต้องอธิบายพิเศษนิดนึง ไม่ใช่ว่าวางเฉยแบบไม่ใยดีนะครับ ช่วยเหลือกันให้เต็มที่ด้วยกรุณาก่อน แต่ถ้าว่ามันสุดวิสัยจริง ๆ ให้วาง "ใจ" เฉยไว้ อย่าไปทุกข์ร้อน ฟูมฟาย เพราะมันช่วยไม่ได้จริง ๆ อุเบกขาประเภท พอช่วยกันได้ แต่ไม่ยอมช่วย แล้วอ้างอุเบกขา อย่างนี้มันผิดธรรมแล้วครับ อย่างน้อย ๆ นะครับ อย่าไปสมน้ำหน้ากันก็แล้วกัน
หากว่ามีธรรมทั้ง ๔ นี้ อยู่อย่างเหมาะเจาะลงตัว รู้จักใช้ในเวลาและสถานการณ์ต่าง ๆ กัน ในสัดส่วนที่พอดี อะไร ๆ มันก็ดี ก็เหมือนกับ น้ำตาล พริกป่น น้ำปลา และน้ำส้ม ที่พอเหมาะ พอดี สามารถทำให้ก๋วยเตี๋ยวแย่ ๆ มีรสอร่อยขึ้นได้
ปรุงก๋วยเตี๋ยวเป็นแล้ว หันมาปรุงความรัก ให้ รักเป็น แล้วจะไม่อกหักครับ
กลับมาที่คำถาม อกหักดีกว่ารักไม่เป็น จริงหรือ ขอตอบว่า ประโยคนี้ไม่จริงครับ อกหัก มันเกิดจาก รักไม่เป็น อกหัก เป็น ผล รักไม่เป็น เป็น เหตุ เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ
บุญรักษาครับ
ป.ล. การบ้าน จงอธิบายวิธีรักชาติด้วยพรหมวิหารธรรม ให้เวลาคิดทั้งชาติ และไม่ต้องส่งคำตอบ เพราะไม่มีการตรวจครับ

ใช่ๆ มันไม่เห็นเกี่ยวกันเลย



![Good 2 Share [facebook group]](http://dhamweb.exteen.com/images/theme2009/FaceBook_32x32.png)



ชวนทำบุญด้วยฝีมือ


กระทบกับคนหน้าหม้อเจ้าชู้แบบผม อย่างจัง...!!!
เคยโดนคุณแฟนเก่าว่าแบบนี้ด้วย
"ถ้าได้แฟนใหม่ดีๆ ก็ขอให้รักกันนานๆนะ แต่ถ้า แฟนใหม่เหี้ย ก็สมน้ำหน้าละกันนะ..."
ต้องเอาเอนทรี่นี้ไปให้เค้าอ่านละ....
(สุดท้ายคงโดนตบกลับมา.....)
#1 By ซับบาธ... on 2008-11-29 14:56