อกหัก ดีกว่า รักไม่เป็น จริงหรือ?

หลาย ๆ คนคงจะเคยมีความรัก และคงจะเคยอกหักมาแล้ว อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต

เรื่องความรักนี้ในแง่มุมของพระพุทธศาสนา มีความรักอยู่หลายแง่ หลายมุมด้วยกัน เพราะว่าพระศาสดาของเรานั้น พระองค์ท่านทรงเป็น นักรักผู้ยิ่งใหญ่ แต่ความรักของพระองค์นั้นไม่เหมือนกันกับ ความรักของคาสโนว่า หรือใคร ๆ ที่เป็นจอมเจ้าชู้ทั้งหลาย ที่เป็นความรักแบบโลก ๆ

ความรักแบบโลก ๆ เป็นความรัก ที่มีลักษณะของการอยากซะมาก รัก แล้วก็อยากเห็นหน้าคนรัก อยากได้ยินเสียง อยากได้ความเอาใจใส่ อยากได้ความเข้าใจ อยากได้นู่น อยากได้นี่ จากคนรัก ก็เพราะว่าต้องการให้ตนเองเป็นสุข เป็นความรักที่มีตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง

เมื่อใดที่คนรักไม่สามารถสนองความต้องการได้ ก็เป็นปัญหา งอนกัน ทะเลาะกัน หรือเลิกกัน รวม ๆ ก็คือ อกหัก นั่นเอง

ความรักอย่างของพระพุทธเจ้านั้น เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้ว พ้นจากความทุกข์แล้ว ทรงมีความกรุณาสงสารสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนว่าย ตายเกิด อยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อเวไนยสัตว์ ทำให้พระองค์ทรงยอมลำบาก ตรากตรำ พระวรกาย เสด็จไปทรงเผยแผ่พระศาสนาอีกนานถึง ๔๕ พรรษา ทั้ง ๆ ที่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานเลยก็ยังได้

ความเป็นอยู่ของพระพุทธเจ้า และพระภิกษุในสมัยพุทธกาลนั้น ไม่ได้สบาย อย่างทุกวันนี้นะครับ ลองนึกภาพตามไปว่า สมมติว่า ท่านเป็นพระในสมัยนั้น มีสมบัติติดตัวคือ ผ้า ๓ ผืน ไว้นุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง อีกผืนสารพัดประโยชน์ ทั้งห่มซ้อนกันหนาว ปูนั่ง ปูนอน กรองน้ำดื่ม ผ้าทั้ง ๓ ผืน เป็นผ้าเก่า ๆ เก็บมาจากป่าบ้าง จากป่าช้าบ้าง นำมาเย็บต่อ ๆ กันเข้าให้ได้ขนาด แล้วย้อมด้วยน้ำต้มยางไม้เพื่อดับกลิ่นเหม็น มีบาตรลูกหนึ่ง ซึ่งก็เหมือน ๆ กับ กะลาขอทาน  ห่มผ้าเก่า ๆ ถือบาตร เที่ยวขออาหารเขากินพอประทังชีวิต ที่อยู่ก็เป็นตามโคนไม้ ในป่า บนเขา ในถ้ำ นอกจากว่าเข้าพรรษาจึงจะหาอาวาสอยู่ ปกติแล้ว ค่ำไหนนอนนั่น เอาผ้าสารพัดประโยชน์ที่เรียกว่าสังฆาฏิ ปูรองนอน หนุนท่อนไม้ หรือหนุนแขนตัวเอง

ถ้าพระพุทธเจ้าของเรา ไม่ทรงเป็นผู้ที่มีความรัก ความเมตตา ความกรุณา อย่างหาที่สุดไม่ได้แล้วละก็ พระองค์จะทรงยอมลำบากหนักหนาสาหัสทำไม ดังนั้นคงจะไม่ผิด ถ้าจะกล่าวว่าพระศาสดาทรงเป็นนักรักผู้ยิ่งใหญ่
ความรักของพระองค์นั้นเป็นความรักที่มีแต่ให้ คือต้องการให้ผู้อื่นเป็นสุข ให้พ้นจากความทุกข์ ความรักที่มีแต่ให้อย่างนี้ ไม่มีวันอกหักครับ

แล้วปุถุชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะรักแบบนี้ได้ไหม?

ตอบว่าได้ครับ ได้ด้วยการทำให้ธรรมเพียง ๔ ข้อ มี เป็น เกิดขึ้นกับเรา ธรรมที่ว่า เรียกว่า พรหมวิหารธรรมประกอบด้วยข้อธรรม ๔ ข้อ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

เมตตา กับ กรุณา หลาย ๆ คนยังงงว่าเหมือน หรือต่างกันอย่างไร ต่างกันนิดหน่อย เมตตา มาจากรากศัพท์คำเดียวกับคำว่า มิตร หรือ คำว่า ไมตรี โดยความหมายแล้ว เมตตา หมายถึง ความต้องการให้พบความสุข ถ้าเรามีเมตตากับใครก็ตาม เราจะทำให้เขามีความสุข ( แฟนเราจะมีความสุข ถ้ามีคนใหม่ เราก็ยินดี - ทำกันได้ไหมเนี่ย? )

กรุณา หมายถึง สงสาร อยากให้เขาพ้นทุกข์ ( อยู่กับเรามันมีแต่เรื่องทุกข์กาย ทุกข์ใจ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ )

มุทิตา หมายถึง ยินดีไปกับเขาด้วย ในเมื่อเขามีความสุข ( ได้แฟนใหม่ไฉไลกว่าเรา ดีจัง สาธุ )

อุเบกขา หมายถึง วางเฉยเมื่อเขารับผลกรรมที่ไม่ดี ( ได้แฟนใหม่ แย่กว่าเราอีก - กรรมหนอ ) อุเบกขานี่ต้องอธิบายพิเศษนิดนึง ไม่ใช่ว่าวางเฉยแบบไม่ใยดีนะครับ ช่วยเหลือกันให้เต็มที่ด้วยกรุณาก่อน แต่ถ้าว่ามันสุดวิสัยจริง ๆ ให้วาง "ใจ" เฉยไว้ อย่าไปทุกข์ร้อน ฟูมฟาย เพราะมันช่วยไม่ได้จริง ๆ  อุเบกขาประเภท พอช่วยกันได้ แต่ไม่ยอมช่วย แล้วอ้างอุเบกขา อย่างนี้มันผิดธรรมแล้วครับ   อย่างน้อย ๆ นะครับ อย่าไปสมน้ำหน้ากันก็แล้วกัน

หากว่ามีธรรมทั้ง ๔ นี้ อยู่อย่างเหมาะเจาะลงตัว รู้จักใช้ในเวลาและสถานการณ์ต่าง ๆ กัน ในสัดส่วนที่พอดี อะไร ๆ มันก็ดี  ก็เหมือนกับ น้ำตาล พริกป่น น้ำปลา และน้ำส้ม ที่พอเหมาะ พอดี สามารถทำให้ก๋วยเตี๋ยวแย่ ๆ มีรสอร่อยขึ้นได้

ปรุงก๋วยเตี๋ยวเป็นแล้ว หันมาปรุงความรัก ให้ รักเป็น แล้วจะไม่อกหักครับ

กลับมาที่คำถาม อกหักดีกว่ารักไม่เป็น จริงหรือ ขอตอบว่า ประโยคนี้ไม่จริงครับ อกหัก มันเกิดจาก รักไม่เป็น  อกหัก เป็น ผล  รักไม่เป็น เป็น เหตุ เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ

บุญรักษาครับ
ป.ล. การบ้าน จงอธิบายวิธีรักชาติด้วยพรหมวิหารธรรม ให้เวลาคิดทั้งชาติ และไม่ต้องส่งคำตอบ เพราะไม่มีการตรวจครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ....
กระทบกับคนหน้าหม้อเจ้าชู้แบบผม อย่างจัง...!!!

เคยโดนคุณแฟนเก่าว่าแบบนี้ด้วย

"ถ้าได้แฟนใหม่ดีๆ ก็ขอให้รักกันนานๆนะ แต่ถ้า แฟนใหม่เหี้ย ก็สมน้ำหน้าละกันนะ..."

ต้องเอาเอนทรี่นี้ไปให้เค้าอ่านละ....

(สุดท้ายคงโดนตบกลับมา.....)Hot!

#1 By ซับบาธ... on 2008-11-29 14:56

นมัสการค่ะ big smile ใช่ๆ มันไม่เห็นเกี่ยวกันเลย

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-11-29 16:35

กระจ่างเลยค่ะ สาธุ...

#3 By kororo on 2008-11-29 18:53

หากรักแบบพรหมวิหารนี่...
ความทุกข์ก็คงไม่มีใช่รึเปล่าครับ
^
^
โห ถามอย่างนี้ตอบได้อีกยาวเลยครับ เอาสั้น ๆ ไปก่อน ยังครับ ยังไม่หมดทุกข์ ยังต้องมีอะไรที่มากกว่าพรหมวิหารอีก แต่ก็สบายขึ้นมากกกกกกกกกกกกครับ

อ้อ อนุโมทนากับ ซับบาธ ตุ้มเป๊ะ และ โคโรโร่ ด้วยนะครับ ได้อ่านธรรมก็เป็นบุญอย่างหนึ่ง

สาธุครับ

#5 By mahaoath on 2008-11-29 19:29

ตอนที่เล่าถึงช่วงชีวิตพระพุทธองค์ทำให้นึกถึงหนังการ์ตูนเรื่องพระพุทธเจ้า ทำออกมาดีมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะที่ให้ความกระจ่าง เมื่อวานยังนึกว่าท่านจะเข้ามาตอบเรื่องแบบนี้หรือเปล่า เลยรับหน้าไปก่อนแบบผิด ๆ ถูก ๆ ค่ะ sad smile

มาสงสัยเอาตรงคอมเม้นท์ของคุณ bobo และของท่านนี่เอง อะไรที่มากกว่าพรหมวิหารคะ อยากรู้ค่ะอยากรู้

#6 By มนตรา (58.8.239.18) on 2008-11-29 22:11

ยังงงอยู่ขอรับ ระหว่าง เมตตา กับ กรุณา
อยากให้เขามีความสุข กับ อยากให้เขาพ้นทุกข์ มันต่างกันยังไงขอรับ

#7 By นักรบ on 2008-11-30 09:22

^
^
ตอบแบบย้อนทาง ลองมองตัวเองดูครับ
สมมติว่า เราสบายดี ไม่มีเรื่องเดือดร้อน แต่เราก็ยังอยากให้เรามีความสุขยิ่งขึ้นไป ถูกไหมครับ อย่างนี้เรียกว่า เมตตา
วันไหนเรามีทุกข์ เดือดเนื้อร้อนใจ อยากให้พ้น ๆ สภาพนั้นไปเสียที อย่างนี้เรียกว่า กรุณา ครับ

#8 By mahaoath on 2008-11-30 09:38

แว้ๆๆ
ยากจัง
พยายาม
มุฑิตา กะ อุเบกขา เนี่ยละค่ะ
.
.
เจ็บจี๊ดดดดด จี๊ดดดดดดดด

#9 By Madaewee @ Hippie''70' s on 2008-11-30 22:24

อืม...ว่าจะเขียนบ่นเรื่องอกหักใน blog ของตัวเองซะหน่อย open-mounthed smile

ก็รักด้วยความเมตตานะคะ ยังรู้สึกอย่างนั้น ไม่ว่าจะคบหรือเลิกกัน ถ้าเขามีใครที่เขาชอบพอ คงจะดีกว่านี้...

สงสัยว่า...เมตตาเขาอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องพยายามเมตตาตัวเองด้วย

แล้วทุกข์เพราะอกหักนี่ จะคิดแบบไหนก็คงหายยาก พยายามตามรู้แล้วเอาสติจับทางอื่นแทนไปก่อนค่ะ

สุดท้าย ธรรมชาติของทุกข์คงจะดับไปเอง

^
^
สุดท้ายก็ดับไปจริง ๆ ด้วยครับ

#11 By mahaoath on 2008-12-09 09:04

"อกหักดีกว่ารักไม่เป็น จริงหรือ ขอตอบว่า ประโยคนี้ไม่จริงครับ อกหัก มันเกิดจาก รักไม่เป็น อกหัก เป็น ผล รักไม่เป็น เป็น เหตุ"

ขออนุญาตเอาคำพูดและความคิดใน entryนี้ของท่านไปบอกต่อนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ

big smile

#13 By vanilla_sky on 2008-12-14 15:07

^
^
ได้เลยครับ

#14 By mahaoath on 2008-12-15 08:46

แต่อกหักก็มีข้อดี อย่างน้อยก้เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกแบบที่ทดสอบความแข็งแกร่งของมนุษย์กับการแก้ปัญหา ว่าเราจะเลือกอยู่อย่างมีความหวังต่อไปเอามันมาเป็นประสบการณ์ หรือเราจะเลือกเป็นผู้แพ้ที่จมอยู่กับรักที่ไม่สมหวัง
คนที่เคยอกหักก็ย่อมมีอะไรมากกว่าคนที่ไม่เคยและอย่างน้อยเขาก็เคยรัก
แต่ทั้งหมดนี้ก็แค่อยากให้กำลังใจคนที่อกหัก ถ้าเป็นไปได้คงไม่มีใครอยากมีประสบการณืแบบนี้แน่

#15 By มัลลิกา (202.44.135.39) on 2009-02-15 18:07






Recommend

Watch videos at Vodpod and more of my videos