เศร้าเป็นธรรมดา

posted on 12 Nov 2008 11:36 by dhamweb  in dhamma

วันนี้จริง ๆ แล้วมีเรื่องในใจที่จะนำมาเป็นเอนทรี่อยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน คือเรื่องของความสุข อันต่อเนื่องมาจากเรื่องการเมืองเป็นเรื่องสมมติของท่านเชอร์รี่ แห่ง บินเดี่ยว : การผจญภัยในผ้าเหลืองที่นับวันจะมือขึ้น ขึ้น hot อยู่บ่อย ๆ เพราะท่านนำธรรมะมาทำให้ง่าย อ่านง่าย ย่อยง่าย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ๆ 

กับอีกเรื่องคือเรื่องที่จะได้อ่านกันต่อไปนี้ คือมีเพื่อนคนหนึ่ง กำลังอยู่ในความโศกเศร้าเนื่องจากกำลังจะเสียบุคคลที่เคารพนับถือไป ด้วยสาเหตุอะไรที่ไม่อาจทราบได้ แต่ก็ขอเดาเล่น ๆ ว่า ต้องจากกันไปด้วยความตายที่จะมาตัดรอนชีวิต

คงได้ยินได้ฟังกันมามากแล้วว่า "ตายเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปคิดมาก" "ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย" "ไม่มีใครที่ไม่ตาย" ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ เป็นเรื่องของธรรมดา ธรรมชาติ ที่คนเราเกิดมาก็ต้องตาย จริงเสียยิ่งกว่า 1+1=2  ความโศกเศร้าที่เกิดจากความตาย ก็เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน ก็คนมันรักกัน ขนาดว่าไม่ได้ตายจากกันซะหน่อย แค่ไม่ได้เห็นหน้าคนที่รักสักพัก ก็ให้คิดถึงฟูมฟายกันแล้ว ดังนั้นการที่ใครจะเศร้าจะโศกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด หรือเป็นเรื่องต้องห้ามแม้แต่น้อย

แล้วเราจะผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ ๆ อย่างนี้ได้อย่างไร ?  เชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านเวลาแย่ ๆ ของชีวิตในเรื่องต่าง ๆ กันไป ไ่ม่เฉพาะเรื่องการเสียคนรักเท่านั้น และแต่ละคนมีวิธีที่ต่างกันไป จะลองรวบรวมไว้เท่าที่เคยทำมา

  1. หาอะไรทำให้วุ่น ๆ เข้าไว้  เคยลองทำแล้วปรากฎว่ายิ่งวุ่นเข้าไปใหญ่ ทำไป ก็คิดไป ไอ้ที่หามาทำก็ทำได้ไม่ค่อยดี เพราะไม่มีสมาธิ ใจคอยแต่คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย
  2. พยายามไม่อยู่คนเดียว มันจะไปทำได้ยังไง ใครจะมาอยู่กับเราได้ตลอด ยิ่งคนโสดด้วยแล้วละก็ เพื่อน ๆ มันก็อยู่กับเราได้พัก ๆ ก็ต้องกลับบ้าน ต้องไปทำงาน หรืออย่างน้อยเวลามันไปเข้าส้วม มันก็ทิ้งเราแล้ว
  3. กินเหล้า จน เครียด กินเหล้า วัฏจักรแห่งความฉิบหาย เชื่อเถอะครับว่ากินให้เมาอ้วกแตก อ้วกแตน เมาจนแยกไม่ออกว่าไหนหมา ไหนคน อาจจะลืมได้แป๊ป ๆ ตื่นมาก็เศร้าอีก แุถมด้วยอาการปวดหัวแทบระเบิดอีกต่างหาก
  4. ยาแก้เครียด จริง ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะแก้เครียดตรงไหน แค่ทำให้เราง่วงนอน แล้วก็หลับ ตื่นมาก็เอาอีก เซ็ง

เคยทำมาแค่นี้เองครับ รับรองว่าไม่ได้ผลสักอย่าง เพราะว่าแก้ผิดวิธี เหมือนกับกินยาผิดขนาน ทำไงโรคก็ไม่หาย ถ้าอยากหายต้องแก้ไขให้ถูกจุด

ต้องหาเหตุให้เจอก่อน ต้นเหตุมันไม่ได้อยู่ที่ไหน มันอยู่ที่ใจเรานี้เองครับ ใจเราไปยึด ไปถือไว้ ไม่ปล่อยไม่วาง ก็รังแต่จะเศร้าไปเท่านั้น ปล่อยไปได้ วางลงได้เมื่อไรก็มีแต่ความว่าง ความเบา ธรรมดา ธรรมชาติ ของความโศกเศร้านี่ก็ไม่พ้นหลักเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป  คือ มันเกิดขึ้นแล้วมันก็ต้องดับไป เป็นปกติ ถึงเราจะไม่ทำอะไรเลย ไอ้เจ้าเศร้า เจ้าโศก มันก็หายไปเองอยู่แล้ว ถ้าไป "อยาก" ให้มันหาย มันก็ยิ่งทุกข์ใหญ่ เพราะไอ้ "อยาก" นี่เองที่เป็นตัวร้าย มี "อยาก" ที่ไหน มีทุกข์ที่นั่น

ที่สำคัญคือเวลาระหว่างเกิด กับดับ ของความโศกเศร้านี่เอง ที่น่าเป็นห่วง บางคน หรือบางเรื่อง เศร้าแผลบเดียว  แต่บางคน บางเรื่องก็ใช้เวลาเป็นปี ๆ หรือเกือบ ๆ ตลอดชีวิตของเรา ระยะเวลาช่วงนี้มันทำให้เราทำอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องแย่ ๆ ทั้งนั้น ทั้งเมาหยำเป ก้าวร้าว ดุร้าย ซึมเศร้า ต่อต้านสังคม หรือกระทั่งฆ่าตัวตาย คงต้องอาศัยกุศโลบายต่าง ๆ มาช่วยให้ผ่านช่วงนี้ได้ด้วยดี เท่าที่พอนึก ๆ ได้ก็มี

  1. กลับไปหาครอบครัว ที่ไหนจะดีเท่าบ้าน โดยเฉพาะคนที่ทำงาน หรือเรียนต่างจังหวัด กลับไปรับไออุ่น และกำลังใจจากบ้านก็ไม่เลวเลยทีเดียว
  2. บำเพ็ญประโยชน์ ทำให้ผู้อื่นมีความสุข เชื่อหรือไม่ว่ารอยยิ้มของคนที่เราช่วยเหลือ เป็นยารักษาใจเราได้อย่างดี
  3. ดูคนที่แย่กว่าเรา ทำให้เรารู้สึกโชคดีกว่าคนอีกมาก
  4. เข้าวัด บรรยากาศสงบ ๆ ในวัดก็ช่วยได้ เข้าโบสถ์ไปนั่งมองหน้าพระประธานเงียบ ๆ สักครึ่งชั่วโมง ท่านอาจจะบอกอะไรเราก็ได้
  5. เข้าวัด+รักษาศีล  จากข้อ 4 ที่เราเข้าวัดเฉย ๆ เพิ่มรักษาศีลเข้าไปอีกอย่าง ศีล ทำให้กาย วาจาเราสงบระงับ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันระหว่าง กาย วาจา และใจ   กาย วาจา จะดีต้องอาศัยใจ และกาย วาจาที่ดี ก็เป็นที่อยู่ของใจที่มีคุณภาพ
  6. เข้าวัด+รักษาศีล+ฟังธรรม เพิ่มฟังธรรมเข้าไปอีกอย่าง เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเรื่องเศร้า ๆ พรรค์นี้มันก็ธรรมดา
  7. เข้าวัด+รักษาศีล+ฟังธรรม+ฝึกสมาธิ สมาธินี่ทำให้ใจสงบระงับจากสิ่งไม่ดีทั้งหลายได้ สุขในสมาธิ เทียบได้กับสุขแห่งพระนิพพานเชียวนะครับ ใครอยากรู้ว่านิพพานเป็นอย่างไร ลองหัดสมาธิให้ได้องค์ฌานก็ได้ เป็นนิพพานซ้อมไปก่อน คือสุขในนิพพานยั่งยืนเที่ยงแท้ ไม่แปรเปลี่ยน แต่สุขในสมาธิ มีเฉพาะตอนที่เข้าสมาธิเท่านั้น ออกมาแล้วก็หายไป
  8. เข้าวัด+รักษาศีล+ฟังธรรม+ฝึกสมาธิ+วิปัสสนา หัดพิจารณานาม รูป ให้เห็นกันจะ ๆ ว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในอำนาจของใคร ๆ จะได้หน่าย คลายความยินดี นำไปสู่การหลุดพ้น เรียกว่าเอาให้นิพพานกันไปข้างหนึ่งเลย
จริง ๆ ทั้ง 8 ข้อนี้ จำง่าย ๆ ย่อ ๆ ให้เหลือ 3 ข้อก็ได้นะครับ ทาน ศีล และภาวนา ช่วยให้ผ่านพ้นได้ทุก ๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างเศร้าเพราะเสียของรัก ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการดับทุกข์โดยสิ้นเชิง

ลองกันดูนะครับ ได้ผลอย่างไรบอกกันด้วย หรือมีวิธีอื่นเพิ่มเติมก็บอกมานะครับ  ช่วงนี้อากาศเย็นสบายที่อยุธยา แต่ก็เป็นหวัดกันเยอะ ดูแลสุขภาพกายและใจด้วยครับ

บุญรักษาครับ

ป.ล. ไปลอยกระทงมาแล้วนะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!

#1 By Rinna ♥ on 2008-11-12 15:38

กรี๊ด... อินเทรนด์

Hot!

เพิ่มข้อ ๙ บวช ครับ

cry

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-11-12 23:59

อนุโมทนากับดาวดวงน้อย ๆ ทั้ง ๒ ดวงด้วยนะครับ big smile

#3 By mahaoath on 2008-11-13 14:59

ขอบพระคุณมากค่ะ

#4 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 21:20

ท่านเป็นเพื่อนรักมากของคุณพ่อค่ะ (ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่) และที่บ้านก็รักและเคารพท่านเสมือนลุงแท้ ๆ ทีเดียว ท่านป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลันค่ะ ตอนนี้อยู่ในห้อง ICU หัวใจเต้น 15 ครั้งต่อนาทีเอง บางช่วงก็นิ่งไปเฉย ๆ เล่นเอาตกอกตกใจหมดเลยค่ะ ไตไม่ทำงานแล้วและต้องต่อท่อช่วยหายใจ

ขอบพระคุณสำหรับบทความข้างบนมาก ๆ นะคะ เป็นคำแนะนำที่มีค่าอย่างยิ่งค่ะ

#5 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 21:28

วันนี้เลยนำกุศโลบายข้อ 2 และ ข้อ 3 ของพระอาจารย์ไปปฏิบัติ โดย ข้อ 2 คือได้ขับรถไปงานศพพ่อนักศึกษาที่เคยสอนกันมาที่ปากทางขึ้นเขาใหญ่ ปากช่อง ชื่ออุ๊ค่ะ เพื่อนรักบีชเขานั่นแหละ พออุ๊หันมาเห็นก็โผเข้ามากอดดิฉันและร้องไห้จนตัวโยนเลยค่ะ พลอยทำให้คนอื่น ๆ ที่มาร่วมน้ำหูน้ำตาใหลไปด้วย อันนี้ยังถือว่าเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ได้อยู่นะคะ แม้จะทำให้ผู้อื่นร้องไห้ก็เถอะ 5 5 5

#6 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 21:37

ข้อ 3 ยังเป็นเรื่องเดิมค่ะ คืออุ๊นั้นได้เสียคุณแม่และน้องสาวไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วตอนอุ๊สอบเข้าศิลปากร และฝังใจว่าตนเป็นต้นเหตุ เพราะแม่และน้องสาวจะเดินทางมาหาเพื่อนำเอกสารการสอบมาให้เลยต้องมาประสบอุบัติเหตุกลางทาง ส่วนพ่อนั้นทำใจไม่ได้เลยทานเหล้าแทนข้าวกระทั่งอวัยวะภายในรับไม่ไหวอีกต่อไปและเสียชีวิตในที่สุด

น่าสงสารมากค่ะ ที่ได้ยินอุ๊บอกว่า คนที่บ้านตายหมดแล้ว ทิ้งไว้แต่บ้านหลังใหญ่มากถึง 3 หลังด้วยกันพร้อมกับที่ดินอันกว้างใหญ่ไพศาล แต่ดูโหวงเหวงทีเดียว เห็นอุ๊แล้วก็ได้คิดเหมือนกันค่ะ

#7 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 21:42

อ้อ มีข้อ 4 อีกข้อค่ะ คือวันนี้แทนที่จะได้ไปนั่งหน้าพระประธานก็ไปนั่งหน้าฌาปณสถานหลังเล็ก ๆ ติดดินแทน ก็นั่งอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ค่ะ ได้เห็นอนิจจังในอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ แต่ความสงสารนั้นมากกว่าเหลือคณานับ

มารู้สึกดีขึ้นจริง ๆ ก็ตอนที่ขับรถกลับเพราะมีนักศึกษาที่เคยสอนนั่งกลับมาด้วยอีก 4 คน ที่ว่าดีขึ้นเพราะได้นินทาพระอาจารย์มาตลอดทางแบบ nonstop เลยค่ะ ขอเพิ่มข้อนี้เป็นกุศโลบายข้อที่ 10 แล้วกันนะคะ 5 5 5 5

ปล. บีชแหละค่ะ เจ้าแม่จอมแฉ...confused smile confused smile

#8 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 21:51

ปล. กลับไปอ่านอีกครั้งเพิ่งเห็นข้อ 6 เดิมตั้งใจว่าจะไปฟังเทศน์มหาชาติเมื่อวาน ปรากฎว่าจำวันผิด เลยอดไปค่ะ ก็อยากไปฟังธรรมเหมือนกันค่ะ ชอบบทอภิธรรมมากค่ะ ไว้ถ้าท่านเทศน์บทนี้แล้วอัดเสียงมาฝากลูกนกลูกกาด้วยนะคะ... open-mounthed smile

#9 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 21:55

ขอเก็บตกอีกอย่าง คือเห็นด้วยกับท่านค่ะที่ไม่ควรใช้ยา เพราะลำพังทานอาหารตามปกติก็มีสารพิษมากมายเหลือคณานับ ไตก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ดิฉันไม่ชอบเลยทั้งยาและอาหารเสริมต่าง ๆ ขอกินข้าวกับน้ำพริกและผักเท่านั้น

ส่วนท่านที่นอนไม่หลับหรือเครียด ขอแนะนะยามหัศจรรย์....โดยการวิ่งเหยาะ ๆ ซัก 10 นาที หรือว่ายน้ำซักครึ่งชั่วโมง เพียงเท่านี้พอหัวยังไม่ถึงหมอนก็นอนกรนครอก ๆ แล้วค่ะ surprised smile

#10 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 22:01

ปล.อีกครั้ง

บทเรียนที่ได้รับทั้งหมดในปีนี้คือ "นี่แหละน๊าที่เขาเรียกว่า ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน" มันถูกจริง ๆ ค่ะ

#11 By มนตรา (58.8.119.143) on 2008-11-13 23:05

ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน เรืองของโลกธรรมครับ มีข้างดี ก็มีข้างเลว ยังมีดี มีเลว ไม่เหมือนเรื่องเหนือโลก ไม่มีทั้งดี ทั้งเลว

#12 By mahaoath on 2008-11-15 10:00

วันนี้ไปเจอเรื่อง บอกใจให้เป็นสุขและนำมาไว้ที่เว็บไซด์วัดกลาง จึงเข้าใจสิ่งที่ท่านแนะนำอย่างชัดเจน กราบขอบพระคุณมากค่ะ

#13 By มนตรา (58.8.116.230) on 2008-11-20 01:23

ขอบคุณคะเดี๋ยวจะเอาไปบอกเพื่อนต่อ

#14 By มัลลิกา (202.44.135.39) on 2008-11-25 15:17

ตอนคุณพ่อเสีย...
สิ่งที่ทำคือ คิดค่ะ

คิดหาความหมายของการเกิด การอยู่
อ่านหนังสือธรรมะมากมาย รวมถึงเรื่องการปล่อยวาง
ผ่านเวลาเหล่านั้นมาเป็นช่วงๆ

แต่สิ่งที่ระลึกถึงเสมอยามคิดถึงพ่อ คือ เราไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้อีกนานเท่าไหร่ ความสำรวมกาย วาจา ใจ ที่มีต่อผู้คนรอบข้างก็มากขึ้น เพราะไม่รู้ว่า...จะได้มาเห็นกัน มาเจอกันอีกรึเปล่าในวันพรุ่ง

การจากไปของพ่อ ทำให้เราระลึกถึงมรณานุสสติได้บ่อยค่ะ

อีกเรื่องที่ทำ คือ เขียนบันทึกถึงพ่อค่ะ ...ใน diary ส่วนตัว big smile มิกล้าเอามาเผยแพร่เพราะความลับเยอะ
อ้อ...ลืมเรื่องสำคัญ

หันมาดูแลคุณแม่มากขึ้น เพราะรู้ว่าแม่เสียใจและเหงามาก

ช่วงแรกห่วงแม่ ทำให้ไม่ได้สนใจกับความรู้สึกของตัวเองเท่าไหร่น่ะ มารู้สึกซึมหลังจากที่พ่อเสียเป็นปีแล้วค่ะ
^
อนุโมทนาที่มาร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกันนะครับ สาธุ

#17 By mahaoath on 2008-12-09 14:41






Recommend

Watch videos at Vodpod and more of my videos