ฤๅจะถึงคราต้องอดกันทั้งหมด พัธมิตร รัฐบาล ประชาชน
posted on 10 Oct 2008 14:09 by dhamweb in dhammaว่าด้วยเรื่องของกรรมฝ่ายชั่วแล้ว ไม่มีอะไรเกินกว่าอนันตริยกรรม ๕ ประการ เป็นกรรมที่หนักจริง ๆ ผู้ที่ทำ ต้องตกนรกอเวจี รับความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัสเป็นเวลานาน ในชาติที่ทำกรรมหนัก ไม่มีสิทธิ์ได้ไปสวรรค์ ไม่มีสิทธิ์นิพพาน
กรรมทั้ง ๕ ได้แก่ มาตุฆาต ฆ่ามารดา ปิตุฆาต ฆ่าบิดา อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์ โลหิตุปปาท ทำให้พระพุทธเจ้าห้อเลือด และข้อสุดท้ายคือ สังฆเภท ทำให้สงฆ์แตกแยกกัน
ในเรื่องราวของพระพุทธประวัติมีแสดงไว้หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ คน ที่ประกอบกรรมหนัก
พระเจ้าอชาตศัตรู ปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสาร พระราชบิดา แม้จะสำนึกผิด แล้วหันมาเร่งสร้างกรรมดี สร้างบุญใหญ่ในพระพุทธศาสนา คือ ทรงเป็นองค์ประธานฝ่ายคฤหัสถ์อัปถัมภ์การสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๑ แต่ก็ไม่พ้นต้องรับกรรม
พระเทวทัต ปองร้ายพระพุทธเจ้าหลายครั้ง ครั้งหนึ่งได้กลิ้งหินก้อนใหญ่ลงมาจากยอดเขา หมายจะปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า แต่ก็ได้แค่ทำให้พระองค์ได้รับบาดเจ็บเพียงแค่ห้อพระโลหิตเท่านั้น นอกจากนั้นยังทำสังฆเภท คือ ทำให้สงฆ์แตกกันดัวย
เรื่องมีอยู่ว่า พระเทวทัต ต้องการเป็นใหญ่ปกครองพุทธบริษัททั้งหมด ได้ประกอบกรรมชั่วหลายประการ จนตัวเองเสื่อมจากฌาน หมดฤทธิ์เดช แต่ก็ยังไม่วาย ทำเป็นเคร่ง ทูลขอพระพุทธเจ้าให้ทรงบัญญัติศีล ๕ เรื่อง เช่น ห้ามภิกษุฉันเนื้อสัตว์ ห้ามเข้าบ้านต้องอยู่แต่ป่า อย่างนี้เป็นต้น
พระพุทธองค์ไม่ทรงบัญญัติตามที่ขอ พระเทวทัตที่คาดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ได้ทีป่าวประกาศว่าพระศาสดาไม่เคร่ง มักมาก ฯลฯ นำพาบริษัทจำนวนหนึ่งที่หลงเชื่อ แยกออกไปตั้งหมู่ใหม่ แต่หลังจากนั้นได้ไม่นาน พระสารีบุตร ได้ไปแสดงธรรม แนะนำภิกษุที่หลงผิดเหล่านั้นกลับมา
ส่วนพระเทวทัต สำนึกผิด แต่ก็สายไปแล้ว ถูกธรณีสูบ ลงไปอยู่ในนรกอเวจีอันร้อนระอุ มีหลาวเหล็กไฟ ใหญ่เท่าลำตาล แทงหลังทะลุหน้า หน้าทะลุหลัง ซ้ายทะลุขวา ขวาทะลุซ้าย บนทะลุล่าง ล่างทะลุบน อย่างนี้เป็นเวลานานแสนนาน
เรื่องของการทำสังฆเภทให้หมูคณะแตกกันยังมีอีกหลายครั้ง หลายคราว คราวที่ดัง ๆ หน่อยก็อย่างเช่น พระภิกษุชาวโกสัมพีทะเลาะกัน ดังจนท่าน Dhammasarokikku ได้นำมาเป็น entry อย่างละเอียดถี่ถ้วน ลองไปอ่านกันดูได้ที่นี่ สรุปคร่าว ๆ คือ ฝ่ายหนึ่งรู้ว่าผิดแล้วก็ไม่รับผิด อีกฝ่ายหนึ่งก็ตรงติ๊กลงโทษอีกฝ่ายโดยไม่คิดถึงผลที่ตามมา
พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในเรื่องของความสามัคคีไว้ โดยเฉพาะการแตกกันเองของหมู่คณะใด ๆ ก็ตาม ว่าเกิดจากเหตุ ๒ ประการ คือ ความเห็นไม่ตรงกัน กับ การประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างกัน
สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้กำลังวุ่นวายเพราะการแตกสามัคคีนี่เอง ถ้าถามว่าใครเป็นต้นเหตุ พันธมิตร หรือ รัฐบาล มองด้วยธรรมอย่างเป็นกลาง ๆ ไม่เข้าข้างใครแล้วละก็ คงต้องตอบว่า ทั้งสองฝ่ายมีส่วนด้วยกันทั้งนั้น ต่างฝ่าย ต่างก็มีความเห็นว่าตัวเองทำไปเพื่อประเทศชาติ ต้องการให้ประเทศชาติดีขึ้น ลองมองไปรอบ ๆ บ้านเราดูครับ
ดูว่าเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไรบ้าง ย่ำแย่กันแค่ไหน การล่มสลายทางเศรษฐกิจเพราะนโยบายปลาใหญ่กินปลาเล็ก มือใครยาว สาวได้สาวเอา หรือที่เรียกเพราะ ๆ ทางวิชาเศรษฐศาสตร์ว่าทุนนิยม หรือเสรีนิยม กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ในบ้านเรากันเองกลับมามัวทะเลาะกันอยู่อย่างนี้
คราวที่ภิกษุชาวโกสัมพีแตกกันก็แบบเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในความเห็นเรื่องของพระวินัย ว่าตัวเองถูก ไม่ฟังแม้แต่คำสอนของพระศาสดา แล้วเป็นอย่างไร อดข้าวกันเกือบทั้งพรรษาเพราะชาวบ้านระอาที่ทะเลาะกันไม่ใส่บาตรให้ฉัน จนทนอดไม่ไหวนั่นเองจึงสำนึกได้กลับมาสามัคคีกัน
พันธมิตร กับ รัฐบาล ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในความเห็นของตนว่าถูกต้อง ไม่ฟังแม้พระราชดำรัสของในหลวงที่ทรงให้รู้รักสามัคคี ดูไปดูมาก็คล้าย ๆ กัน ต่างแต่คราวนี้ คนที่จะอดข้าวไม่ได้มีแค่ฝ่ายที่ทะเลาะกันเท่านั้น คงต้องอดกันทั้งประเทศก่อน จึงจะสำนึกได้
บุญรักษาครับ


)


![Good 2 Share [facebook group]](http://dhamweb.exteen.com/images/theme2009/FaceBook_32x32.png)



ชวนทำบุญด้วยฝีมือ


เจาคิดว่าในฐานะฆราวาส สามัคคี ก็ต้องสามัคคีกันทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยอะค่ะ สามัคคีกันเงียบเฉย ในขณะที่มีผู้ทำร้ายคนอื่น หรือทำบาป โดยไม่ตักเตือนให้เขาทำบาปน้อยลง หรือไม่ป้องกันให้เขาทำบาปน้อยลง เจาคิดว่าก็กระทำได้ แต่ไม่น่ามีประโยชน์อันใดกับส่วนรวม เหมือนการเห็นโจรขโมยของ แล้ววางเฉย ในทางกลับกัน เจาเห็นว่า ถ้าเราเห็นคนขโมยของ แล้วเราสามัคคีกันจับโจร (ไม่ใช่ฆ่าฟัน หรือประทุษร้ายโจรนะคะ) หรือ สามัคคีกันบอกคนในสังคม ให้รู้ว่า มีโจรอาละวาด ให้ระมัดระวัง หาวิธีป้องกัน น่าจะเป็นการสามัคคีกันอย่างเกิดประโยชน์ในสังคม มากกว่าสามัคคีกันอยู่เฉยๆ ไม่ยุ่งไม่เกี่ยว ไม่ตักเตือน นะคะ
ในกรณีการเมืองเช่นนี้ เจาเชื่อในพระราชดำรัสของในหลวงที่ว่า ในสังคมนี้ มีทั้งคนดีและไม่ดี ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนดีได้ทั้งหมด แต่เราต้องส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง ควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้
เจาเชื่อว่าทุกคนรู้สึกสบาย ง่ายดีๆ กับการปล่อยให้หลายๆอย่างไหลไปตามกระแส อยู่เฉยๆก็สบายดีอยู่แล้ว ถ้าไม่คิดว่ามีโจรอยู่ในบ้าน ก็สบายดีอยู่แล้ว ใครมาพูดเรื่องโจรนี่ ทำให้บ้านวุ่นวายเปล่าๆ พูดทำไม ฉันยังไม่โดนขโมยเลย คนอื่นโดนขโมยก็ไม่ใช่ฉัน ของกองกลางโดนขโมยไปก็ช่างมัน ของฉันยังอยู่ครบ พอมีคนนึงลุกขึ้นมาพูดว่า มีคนขโมยของกองกลางไปนะ ส่วนนึงก็ต้องมีคนรู้สึกว่า คนพูดนี่มันมาทำลายความเคยชินของฉัน ฉันอยู่ของฉันดีๆ มาพูดให้ฉันไม่สบายใจ พอมีคนเห็นด้วย ออกมาเรียกร้องให้มองหาโจรในบ้าน คนที่พอใจจะอยู่ของฉัน ก็คิดว่า นี่มันปลุกระดม ทำบ้านวุ่นวาย ฉันอยู่ของฉันดีๆ พอมาถึงจุดนึง ที่โจรรู้ตัว โจมตีเข้าบ้าน มีคนบาดเจ็บล้มตาย คนที่คิดว่าฉันอยู่ของฉันดีๆอยู่แล้ว ก็เริ่มจะรังเกียจคนที่ลุกขึ้นมาจับโจร แล้วบอกว่า ทำไมไม่อยู่เฉยๆซะตั้งแต่แรก มีโจรก็ช่างมัน จะโดนปล้นบ้าน ก็ช่างมัน.... ไม่จับโจร โจรก็ไม่ทำร้ายเรา เราก็ไม่มีคนบาดเจ็บ...
วงเวียนมันก็เป็นเช่นนี้ค่ะ ในความคิดของเจา ขออภัยสำหรับคอมเมนยาวๆ
#1 By Rinna ♥ on 2008-10-10 16:30