ตายกันแล้ว~จะต้องมีอีกกี่ศพ?~ศีลข้อแรก
posted on 02 Sep 2008 12:11 by dhamweb in dhammaกลับจากบิณฑบาตคุยกับคนงานวัด บอกว่ามีการปะทะกันระหว่างเหลือง กับแดง และมีการเสียชีวิตด้วย มีโอกาสจึงได้ตรวจสอบข่าวในเนท ปรากฏว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ทำ้ให้เกิดความสลดสังเวช และหวาดเสียวหวาดสะดุ้ง กลัวเหตุการณ์จะบานปลาย ตุลา ๑๖ ยังไม่เกิด ปี ๑๙ อายุ ๒ ขวบ แต่ว่าทันเหตุการณ์ปี ๓๕ ขณะนั้นเรียนมหาวิทยาลัยปี ๑ ยังจำได้ และไม่ต้องการให้มีการเสียเลือดเสียเนื่อคนไทยด้วยกันอีกเลย แม้แต่คนเดียว
เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นเบาใจอยู่อย่างว่าดูจากท่าทีของทหาร ตำรวจ และรัฐบาลแล้ว ไม่น่าจะมีความรุ่นแรง จนกระทั่งได้ทราบข่าวเมื่อเช้า ความเบาใจหายไป กลายเป็นความห่วงกังวล อยากจะบอกทุกฝ่ายว่า พอซะทีเถิด
ได้ระบายหน่อยค่อยยังชั่ว มาเข้าเรื่องธรรมะกันดีกว่า ปรารภถึงการฆ่ากันเมื่อคืน หลาย ๆ คนทราบแล้วว่า ฆ่าสัตว์ เป็นบาป ผิดศีลข้อแรก ปาณาติปาตา ฯ ดังนั้นโอกาสนี้ขอนำเรื่องปาณาติปาตา ฯ มาขยายให้รับทราบโดยทั่วกัน
ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ แปลว่า ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบทคือเจตนาเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง แปลไทยเป็นไทยอีกทีว่า ข้าพเจ้าตั้งใจไม่ฆ่าสัตว์
การฆ่าสัตว์นั้น มีองค์ประกอบด้วยกัน ๕ ประการ คือ สัตว์นั้นมีชีวิต รู้อยู่ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่าสัตว์นั้น มีความพยายามที่จะฆ่าสัตว์นั้น และสุดท้ายสัตว์นั้นตายเพราะความพยายามนั้น ถ้าครบทั้ง ๕ ประการจัดเป็นการฆ่าสัตว์ในศีลข้อ ๑ ผู้ที่รักษาศีลข้อที่ ๑ นี้ นอกจากเว้นจากการฆ่าสัตว์แล้ว ถ้าต้องการให้ศีลสมบูรณ์แบบ ไม่ด่าง ไม่พร้อย ไม่เศร้าหมอง ยังต้องเว้นจาก ฉายาปาณาติบาต ด้วย ถ้าเว้นจากการฆ่าอย่างเดียว แต่กระทำฉายาปาณาติบาต ศีลยังไม่ขาดแต่้ว่าด่างพร้อย เปรียบเสมือนกับ ผ้า ที่ไม่ขาดแต่สกปรก
ฉายาปาณาติบาต คืออะไร คือกรรม ๒ ประการได้แก่ การทำร้ายร่างกาย ทำให้ร่างกายของสัตว์เจ็บปวด พิกลพิการ ๑ และ การทรมาน อันประกอบด้วย การใช้งานสัตว์เกินกำลัง การกักขังในที่แคบจนเปลี่ยนอิริยาบถไม่ได้ การนำสัตว์ไปโดยวิธีทรมาน เช่น ลากไป และการผจญสัตว์ เช่น กัดปลา ตีไก่ ชนวัว เหล่านี้อีก ๑
การฆ่าสัตว์ทุกชนิด ทำให้ศีลขาดเท่ากันหมด ไม่ว่า ฆ่ามนุษย์ หรือฆ่ายุง แต่ว่า บาปกรรมไม่เท่ากัน กำหนดบาปกรรมได้ด้วย การกำหนดวัตถุ ดัวยเจตนา และด้วยประโยค
กำหนดด้วยวัตถุ คือสัตว์ที่ถูกฆ่า สัตว์อย่างเดียวกันเช่น ฆ่ามนุษย์ บาปกำหนดด้วยคุณ เช่น ฆ่าบิดา มารดา มีบาปมากกว่าฆ่าบุคคลอื่น ฆ่าพระบาปกว่าฆ่าเณร อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเป็นสัตว์ต่างอย่างกัน กำหนดด้วยคุณ หรือ ด้วยขนาดก็ได้ เช่น ฆ่าวัวบาปกว่าฆ่ายุง
กำหนดด้วยเจตนา คือความตั้งใจฆ่า ว่ากันดัวยโทสะ โทสะมาก โทษมาก โทสะนัอย โทษน้อย
กำหนดด้วยประโยค คือวัดที่ความพยายาม พยายามมาก โทษมาก อย่างเช่นการวางแผนลอบสังหารผู้นำประเทศ ถ้าทำสำเร็จ ย่อมมีบาปมากกว่า การฆ่าคนธรรมดา เพราะต้องมีการเตรียมการ มีการวางแผน มีความพยายามมากกว่า
โทษของปาณาติบาต อย่างหนักทำให้ไปเกิดในอบาย คือ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน อย่างเบาทำให้อายุสั้นเมื่อเกิดเป็นมนุษย์
การฆ่ากันตายในการปะทะกันของผู้ชุมนุมทั้ง ๒ ฝ่าย ดูยังไงก็เป็นปาณาติบาตแน่ ๆ และเข้าข่ายอย่างโทษหนักซะด้วย เพราะ สัคว์ที่ถูกฆ่าเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์ที่มีคุณมาก ขณะฆ่าก็มีโทสะมาก และพยายามมากด้วย ครบทั้ง ๓ อย่าง ๓ ประการ เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องให้บอกว่าตายแล้วไปไหน เดาได้ไม่ยาก
ส่วนที่ทำร้ายกัน ไม่ถึงตาย ยังจัดเป็นฉายาปาณาติบาต มีผลในทางร้ายอีกเช่นกัน ถ้าจะอ้างว่าไม่ได้เจตนา ประมาท บันดาลโทสะ ฯลฯ อ้างได้ครับ แต่อ้างได้เฉพาะกับศาลคดีโลกเท่านั้น ท่านอาจจะปราณี แต่กับศาลกรรม ศาลทางธรรมแล้วละก็ ไม่มีอุทธรณ์ ไม่มีฎีกา ไม่มีคุ้มครองฉุกเฉิน ดีก็ว่าดี ชั่วก็ว่าชั่ว
พระเตือนแล้วนะครับ จะทำอย่างไรไปเลือกเอาเอง
บุญรักษาครับ




![Good 2 Share [facebook group]](http://dhamweb.exteen.com/images/theme2009/FaceBook_32x32.png)



ชวนทำบุญด้วยฝีมือ


นึกแล้วเชียวว่าต้องกำลังเขียนเอ็นทรี่ใหม่อยู่ (เพราะว่ากำลังขะมักเขม้นอยู่เหมือนกัน)
ช่วยขยายที่ว่า ไม่ฆ่าเอง ไม่ยุยงให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ยินดีเมื่อผู้อื่นฆ่า แล้วก็อะไรอีกไม่รู้(จำบ่ได้)ด้วยซีครับ
แล้วอีกเรื่องนึง
ได้ยินมาว่า เคยมีการถกเึถียงกันเรื่อง ใครทำบาปแล้วมีโทษมากกว่าใคร
ระหว่างคนที่รู้ว่าเป็นบาป แต่ยังขืนทำ กับผู้ที่ไม่รู้ว่าเป็นบาป แล้วทำลงไป
ฝ่ายแรกก็ว่า ผู้ที่รู้อยู่แล้วขืนทำซี บาปกว่า เพราะหน้าด้าน จิตใจต่ำทราม ไม่มีความละอาย ผู้ที่ไม่เจตนา มีใจบริสุทธิ์ ย่อมมีโทษน้อยกว่า
ฝ่ายหลังก็อุปมาว่า เหมือนคนจับกาน้ำร้อน ผู้ที่รู้ว่า การ้อน คือ ผู้ที่รู้ว่า การกระทำอย่างนั้นเป็นบาป เมื่อจะจับกา ก็จับอย่างเบา ค่อย ๆ จับ มือก็ไม่พอง
ผิดกับผู้ที่ไม่รู้ว่า กานั้นร้อน เมื่อจะจับ ก็จับเอาเสียเต็มแรง ลวกไม้ลวกมือ พองพังพินาศหมด
และถ้าสมมุติว่า เป็นการฆ่าคน แม้ไม่มีเจตนา ก็มีความผิดอาญา ตามกฏหมายบ้านเมือง จะอ้างว่า ไม่รู้กฏหมายไม่ได้
แล้วสุดท้ายใครบาปกว่ากัน กันแน่ขอรับ
เจริญยิ่งในธรรม,
นมัสการลา
#1 By Dhammasarokikku on 2008-09-02 13:55