ชั่งใจอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้หรือไม่ เพราะว่าล่อแหลมเหลือเกิน ด้วยความที่มีพระวินัยห้ามพระไม่ให้เอ่ยปากขอ แม้แต่จะบอกเป็นนัย ๆ เท่านั้นก็ไม่เหมาะไม่ควร ยกเว้นกับญาติ หรือกับปวารณา ( ผู้ที่บอกกับพระไว้ล่วงหน้าว่าให้ขอได้ )  บอกตรง ๆ ว่ากลัวอาบัติ กลัวผิดศีล

คิดอีกที่ เราไม่ได้บอกให้คนที่อ่านนำมาถวายเรานี่นา แค่ให้เป็นข้อมูลเป็นความรู้ไว้เผื่อจะไปถวายสังฆทานที่ไหน จะได้ไม่ต้องคิดมาก ดังนั้นลุยเลยแล้วกันครับ

สังฆทาน คือ อะไร? สังฆทาน มาจากคำว่า สงฺฆ แปลว่า หมู่ คณะ +ทาน แปลว่า ให้  ดังนั้น สังฆทาน คือ การให้แก่หมู่คณะ หมายถึง การถวายปัจจัย ๔ ประการ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลาย ๆ อย่าง แด่ พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง หรือ หลาย ๆ รูป โดยไม่เจาะจงผู้รับ ( หากเจาะจงผู้รับเรียกว่า ปาฏิปุคคลิกทาน-บุญน้อยกว่า )

แล้วถังเหลือง ๆ คือ อะไร? คือวัตถุทาน หรือ ของที่นำมาถวาย ดังนั้นอย่าไปยึดติดว่าถวายสังฆทานต้องเป็นถังเหลือง ๆ เท่านั้น นั่นเป็นแค่ package จะใส่กาละมัง ถังเขียว ถังแดง หรือ ถุงก๊อบแก๊บ ก็ยังได้ เชื่อหรือไม่ ด้วยความที่ยังเป็นปุถุชน ยังละกิเลสไม่ได้ วันไหนรับสังฆทานเป็นถังเหลือง ๆ รู้สึกเฉย ๆ แต่ถ้าเห็นโยมหิ้วถุงก๊อบแก๊บมาแล้วใจมันตื่นเต้น อยากรู้อยากเห็นว่าอะไรอยู่ในถุงหนอ และก็ทุกครั้งไปที่ของในถุงจะเป็นของที่ได้ใช้ซะด้วย

ถวายได้ทั้งวันหรือไม่? ต้องดูเป็นอย่าง ๆ ไป ครับ หลักการมีอยู่ว่า      ๑ อาหารสดที่ต้องฉันในวันนั้น ถวายได้ไม่เกินเที่ยงวัน      ๒ อาหารแห้งที่เก็บไว้ได้ หลังเที่ยงแล้วไม่ควรถวายพระโดยตรง ควรฝากผู้อื่นเช่น ถ้ามีโรงครัวของวัด ก็ฝากแม่ครัว พ่อครัว ให้ทำถวายในวันอื่น ๆ หรือฝากลูกศิษย์พระไว้ถวายท่านวันรุ่งขึ้นก็ได้        ๓ เภสัชห้าอย่าง มี น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำมัน เนยข้น เนยใส ถวายได้ทั้งวัน    ๔ ของใช้อื่น ๆ ถ้าไม่มีกฎเกณฑ์ในพระวินัยกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถวายได้ตลอด  สังเกตดูดี ๆ ในถังเหลือง จะพบว่ามีของต่าง ๆ ปะปนกันทั้งอาหารสด เช่น เงาะกระป๋อง อาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร พระท่านก็จำต้องรับไว้ให้ ยอมเป็นอาบัติ ให้โยมได้ทำบุญ ดีว่าเป็นอาบัติประเำำภทที่แก้ไขได้ง่าย ถ้าแก้ยากคงยุ่งน่าดูครับ

จะนำอะไรมาถวายดี? วิธีง่าย ๆ คือ หันมองรอบ ๆ ตัวครับ ว่า ที่บ้านเราใช้อะไรบ้าง พระก็ใช้เหมือน ๆ กันครับ ถ้าให้แบ่งเป็นหมวด ๆ ก็ได้ โดยยึดว่าถวาย "ปัจจัย ๔" จึงแบ่งออกเป็น ๔ หมวด

หมวดที่ ๑ คืออะไร? หมวดที่ ๑ ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม บอกกันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมว่า ผ้าไตรจีวรที่โยมถวายกันมานั้นแม้จะเป็นของดีมาก ๆ ก็ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะของที่ใช้อยู่ยังดี ยังใช้ได้อยู่ ส่วนมากถ้าไม่ได้ถวายต่อ ก็เก็บไว้ช่วยงานศพครับ พระในเมืองมีผ้าเยอะครับ ไม่ขาดแคลน นอกเสียจากว่ารับถวายมาพอดีกับที่ผ้าผืนเก่าหมดสภาพแล้วจริง ๆ จึงจะได้ใช้ แต่ยังมีเงื่อนไขอีก เช่น สี ส่วนมากแล้ว แต่ละวัด จะมีระเบียบเรื่องสีจีวรอยู่ อย่างเช่นสีพระราชนิยม ก็ใช้สีพระราชนิยมทั้งวัด  สีเหลืองทอง สีกรัก สีกรักน้ำหมาก แล้วแต่ ถ้าโยมถวายผ้าผิดสี ก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี ทางที่ดี แอบสังเกตก่อนว่าวัดที่จะนำไปถวายใช้สีอะไร แล้วจัดหามาให้ถูกสีเป็นดีที่สุด ขนาด จีวรมีหลายขนาด เหมือนกันกับเสื้อผ้าที่มี S M L XL จีวรจะวัดขนาดด้วยความสูง ( ด้านกว้าง ) ๑๗๕ ซ.ม. เล็กที่สุด ๑๘๕ ,๑๙๕ ,๒ เมตร และ ๒ เมตร ๑๐ เป็นขนาดใหญ่สุดที่หาได้  ใหญ่กว่าก็มีแต่หายากหน่อย ขนาดที่เหมาะสมคือ ความสูง+๓๐ ซ.ม. ดังนั้น ผ้าขนาด ๑๗๕ จึงเหมาะกับพระ หรือเณรที่สูงไม่เกิน ๑๔๕-๑๕๐ ซ.ม. เท่านั้นเอง แบบ อาจสงสัยว่า จีวรมีหลายแบบหรือ แบบเดียวครับ ต่างกันที่รายละเอียดบางเจ้าอาจตัดเย็บมาไม่ถูกต้องตามพระวินัยซะทีเดียว ขาดรายละเอียด เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น รังดุม ลูกดุม ที่เห็นว่าถูกต้องมีอยู่ ๒-๓ เจ้า คือ ที่ใกล้ ๆ วัดอโศการาม วัดเศวตฉัตร และอีกเจ้าที่นครสวรรค์ แต่เจ้าอื่น ๆ ที่ไม่รู้จักยังมีอีก เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ต้องเคร่งครัดมากนักครับ เนื้อผ้า ผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น เช่น เหนือ อิสานตอนบน ควรเป็นผ้าหนา ๆ หน่อย แต่ภาคกลางลงไปอากาศไม่หนาว ควรเป็นผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี บาง ๆ แต่ก็ไม่ใช่บางซะจนห่มทีเดียวขาด ( เคยเห็นมาแล้วครับ ห่มทีเดียวจริง ๆ ขาดคามือเลย )           จากเรื่องผ้า มาถึงสิ่งสำคัญที่ใช้บ่อยกว่าผ้า และจำเป็นมาก ๆ ด้วย คือ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า จะเป็นผงซักฟอก หรือ น้ำยาซักผ้า ก็มีประโยชน์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งน้ำยาปรับผ้านุ่ม ไม่ได้ใช้เพราะอยากให้ผ้านุ่ม หรือ หอมหรอกครับ แต่ถ้ามีก็ใช้ ผ้าจะได้ไม่เก่าเร็วช่วยถนอมผ้า  ถัง หรือ กาละมัง ผ้าจีวรพระขนาดพอ ๆ กับผ้าห่มครับ อย่างผืนที่ใช้อยู่ กว้าง ๒.๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๓ เมตร ถังเล็ก ๆ หรือ กาละมังเล็ก ๆ ใส่ไม่ได้หรอกครับ ต้องใบเขื่อง ๆ หน่อย ขนาดถังเหลืองที่ว่าใหญ่สุดในท้องตลาด ก็ยังแค่พอดี ๆ พอใช้ได้เท่านั้นเอง  ไม้หนีบผ้า ไม่ค่อยมีใครถวายครับ สมัยเป็นฆารวาสก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน รองเท้าแตะ เพราะพระไม่ใช้่รองเท้าหุ้มส้น ต้องเป็นรองเท้าแตะ จะหนีบ หรือจะไขว้ ก็ได้ เลือกสีให้เข้าหน่อย เช่นสีน้ำตาล สีกรัก โดยส่วนตัวแล้วแอบชอบตราช้างดาวครับ ทนดี หมวดนี้คงหมดแค่นี้ครับ

หมวดที่ ๒ อาหาร อาหารเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่มีก็อยู่ไม่ได้ มีมากไป ก็ไม่ดี แกงกะทิ ของมัน ๆ ขนมหวาน ๆ ทำให้สุขภาพไม่ดี โยมยังขวนขวายหาอาหารเพื่อสุขภาพทานกันเองได้ พระทำไม่ได้ ต้องอาศัยอาหารโยมตามมีตามได้  แล้วแุถมธรรมเนียมความเชื่อเรื่องการทำบุญนั้น อาหารหลักที่เจอทุกงานคือ ลาบ อันนี้พอได้ไม่ทำลายสุขภาพเท่าำไร ขนมจีน น้ำยากะทิหรือเปล่า หรือน้ำยาป่า  แกงกะทิ นี้เต็ม ๆ ขนมบังคับก็ ทองทั้งหลาย ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง อันนี้เป็นเรื่องของความเชื่อครับ ลาบ พ้องเสียงกับคำว่า ลาภ ขนมทองทั้งหลาย ก็มีคำว่าทอง นัยว่าจะให้มีลาภ มีทองเยอะ ๆ ส่วนขนมจีนนี่ เชื่อว่าอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นเปรต เปรตปากเท่ารูเข็ม กินได้แต่ขนมจีน  ลองพิจารณาอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างน้ำพริกกับผักสด หรือผักต้ม  สลัด ส้มตำ สุกี้ คือให้มีผักเยอะ ๆ หน่อยครับ อย่างไรก็ดีอาหารเหล่านี้อย่าลืมว่าต้องถวายก่อนเที่ยงนะ เลยเที่ยงแล้วพระไม่รับ เพราะรับไปก็ฉันไม่ได้ เป็นอาบัติ แถมเสียของด้วย  อีกอย่างที่อยู่ในหมวดอาหาร ได้แก่ น้ำดื่ม ไม่ต้องพูดถึงน้ำดื่มในถังเหลือง รับรองว่าดื่มไม่ได้เลย เพราะว่าใส่มากับสบู่ ผงซักฟอก กลิ่นมันลงไปอยู่ในน้ำหมดเลยครับ แยกมาต่างหากดีกว่า อย่างอื่นก็น้ำปานะ วัดไหนที่มีลูกศิษย์ชงถวาย ก็ให้ถวายเข้าโรงครัวไปเลยครับ ถ้าไม่มี ก็ุถวายท่านไว้เลยก็ได้   ในหมวดนี้ต้องบวกอุปกรณ์ประกอบการฉันด้วย  แก้ว จาน ชาม ช้อน ส้อม ปิ่นโต กาน้ำ ฯลฯ คงมีกันหมดแล้ว แต่จะถวายก็ได้ ท่านมีแล้วไม่ใช้ก็นำไปไว้โรงครัว ที่สำคัญคือ น้ำยาล้างจาน และฟองน้ำล้างจาน เป็นของสิ้นเปลือง และต้องใช้ทุกวันครับ

หมวดที่ ๓ ที่อยู่อาศัย คงไม่ได้หมายถึงให้ถวายกุฏินะครับ เพราะนั่นจัดเป็นวิหารทาน นอกประเด็นของเรา แต่เรามาว่ากันเรื่องสิ่งที่ใช้ในที่อยู่อาศัย ที่เห็น ๆ ก็มี อุปกรณ์ทำความสะอาด จำพวก ไม้กวาด ไม้ถูพื้น น้ำยาถูพื้น น้ำยาขัดห้องน้ำ แปรงขัดห้องน้ำ น้ำยาเช็ดกระจก ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้า จิปาถะ ลองหันไปดูรอบ ๆ ตัวก็ได้ ว่าที่บ้านมีอะไรบ้าง แล้วก็จัดมาตามนั้นก็ได้ อุปกรณ์ซ่อมแซม เช่น ตะปู ตะปูเกลียว ค้อน เลื่อย ไขควง ฯลฯ อุปกรณ์ไฟ เช่น หลอดไฟ ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย เทียน ไม้ขีด ไฟแช็ก ตามความเหมาะสม อุปกรณ์น้ำ อะไหล่ประปาต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นของมีประโยชน์ทั้งสิ้นครับ

หมวดที่ ๔ ยารักษาโรค คงเป็นยาสามัญประจำบ้านธรรมดา ๆ นี่เอง แต่อยากให้พิจารณาว่า ชนิดที่จัดสำเร็จ มียาอะไรบ้าง ที่วัด ยาเหลือง ยาแดง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เต็มตู้ยาประจำวัดไปหมด เวลาเจ้าหน้าที่อนามัยมาทีก็โดนดุทีว่า ยาพวกนี้ในวงการแพทย์เขาเลิกใช้กันแล้ว เหมือนกับว่าร้านค้าที่จัดชุดยาไม่รู้จะขายใคร จึงนำมาจัดใส่กล่อง ให้คนซื้อถวายพระซะงั้น

หมวดพิเศษ เพื่อสุขอนามัย เช่น สบู่ อันนี้จำเป็น แชมพู พระก็ใช้บ้างนะครับ แชมพู พระส่วนใหญ่มีกำหนดปลงผมเดือนละ ๑ ครั้ง ช่วงใกล้ ๆ ถึงวันโกน ผมจะยาวประมาณ ๑ นิ้ว คือมีผม ไม่ใช่ไม่มีผมเลย จึงต้องใช้แชมพูบ้างบางครั้ง ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กระดาษชำระ ไม้จิ้มฟัน กรรไกรตัดเล้บ กรรไกรตัดขนจมูก มีดโกนหนวด มีดโกนผม พิเศษที่มีดโกนผม ส่วนมากใช้ด้ามยิลเลตต์รุ่นเก่าดูรูปดีกว่า

ใช้คู่กับใบมีดโกนตราขนนกของญี่ปุ่น เพราะว่าใบของยิลเลตต์เองนั้นคมจริง แต่ว่าทื่อเร็ว ปลงผมไม่ทันหมด ดันหมดคมซะก่อน

สรุป นึกออกเท่านี้ครับ จริง ๆ แล้วไม่ยาก จำไว้แค่ว่า โยมใช้อะไรที่บ้าน พระอยู่วัดก็ใช้เหมือน ๆ กัน เท่านี้ การจัดของถวายพระก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไใช่ไหมครับ

ของแถม คำอาราธนาศีล ๕

 มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อพร้อมทั้งพระรัตนตรัยเพื่อประโยชน์แก่การจะรักษาต่างๆกัน)

คำถวายสังฆทาน ( สามัญ )

อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุโน ภันเต ภิกขุสังโฆ
อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายซึ่งภัตตาหารกับของที่เป็นบริวาร ทั้งหลายเหล่านี้แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับซึ่งภัตตาหารกับของที่เป็นบริวารทั้งหลาย เหล่านี้เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ)( หลังเที่ยงให้เปลี่ยน ภัตตานิ เป็น ทานวัตถูนิ   เปลี่ยน ภัตตาหาร เป็น ทานวัตถุ )

จัดเสร็จแล้ว ไปที่วัดใกล้ ๆ บ้าน เน้น ว่าใกล้ ๆ บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องไปวัดดัง ๆ วัดใกล้บ้านดีที่สุด บางคนวัดอยู่หน้าบ้านไม่เคยเข้าเลย ไปแต่วัดไกล ๆ ดัง ๆ พอถึงตอนตาย เข้าไปวัดหน้าบ้าน สมภาร เกิดจำไม่ได้งงว่าคนที่ไหน ไม่ให้เอาศพไว้ที่วัดจะลำบากลูกหลานนะครับ ไปถึงแล้วเข้าไปหาพระรูปไหนก็ได้อย่าเจาะจง ว่าต้องถวายพระรูปไหน ต้องถวายสมภาร หรือต้องเป็นพระแก่ ๆ พระหนุ่ม ๆ ไม่เอา ถ้าำกำหนดอย่างนี้ไม่เป็นสังฆทาน เจอพระรูปไหนก็ให้ถวายท่านเลย ถ้าท่านเป็นพระใหม่ยังรับไม่เป็น ให้พรไม่ได้ ท่านจะบอกเราเองว่าควรไปถวายที่ไหน   ก่อนถวายก็จัดการสมาทานศีล ๕ ให้เรียบร้อย ทำใจให้สบาย ๆ ให้จิตใจดีทั้งก่อนถวาย ขณะถวาย แล้วประเภทว่าพอพระบอกให้ยกประเคนได้เกี่ยงกัน เอาซิ เธอถวายซิ ไม่เอานะครับ อย่าเกี่ยงกัน ช่วยกันยกถวายทั้งหมดที่มาเลย ให้ทานด้วยมือตนเอง กับ ให้คนอื่นให้แทนนี้อานิสงส์ต่างกันอยู่มากนะครับ  ถวายเสร็จแล้วก็ทำใจให้ดี ให้ขาดจากของที่ถวาย ไม่ต้องสนใจว่าพระจะเอาไปทำอะไร มันเป็นของพระแล้ว ไม่ใช่ของเราแล้ว ให้มีใจดีครบ ๓ เวลา ก่อน ขณะ และหลังถวาย รับรองว่าบุญมหาศาลครับ

พรุ่งนี้วันอาทิตย์ เปลี่ยนจากไปดูหนัง ไปเดินห้าง เป็นไปถวายสังฆทานกันดีไหมครับ ?

บุญรักษาครับ

๓๐ ส.ค. ๕๑

๑๖.๑๖ น.

 

Comment

Comment:

Tweet

ได้ครับ ด้วยความยินดี

#18 By mahaoath on 2011-07-14 20:24

นมัสการค่ะ ... ขออนุญาตนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อจะได้ไหม๊คะท่าน ?

#17 By Dokino (61.90.112.28) on 2011-07-14 14:29

หนังสือทำบุญฯ นั้นโยมเขาขอเรื่องไปลงน่ะครับ

#16 By mahaoath on 2011-06-06 23:34

ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
ตามความคิด คิดว่าดีค่ะที่ท่านออกมาแนะนำแบบนี้ ต่อไปถวานสังฆทานจะได้จัดแต่ที่ท่านจะได้นำไปใช้จริงๆ เกิดประโยชน์ค่ะ โดยส่วนตัวไม่ชื้อสังฆทานที่เค้าจัดทำมานานแล้ว ใช้วิธีการซื้อเองและติดว่าท่านได้ใช้ เอามาจัดเองค่ะ
แต่พอมาอ่านแล้วก็ยังไม่หลงลืมไปหลายๆอย่างเหมือนกัน พอท่านแนะนำมา ทางสว่างก็เกิดขึ้นค่ะ

#15 By janejane (84.60.172.119) on 2011-06-03 15:17

ได้เห็นหนังสือธรรมะที่ชื่อ ทำบุญ ให้ได้บุญ เป็นของหลวงพี่หรือป่าวคะ เป็นหนังสือที่ดีมาก สนใจอยากจะร่วมทำหนังสือแจกด้วยคะ

#14 By pimadee (115.87.127.155) on 2010-10-26 11:12

#13 By pimadee (115.87.127.155) on 2010-10-26 11:09

ขอบคุณมากค่ะหลวงพี่ big smile ที่นี้ก็ไม่ต้องคิดหนักแล้วว่าจะจัดสังฆทานยังไงดี Hot! Hot!

#12 By ire_u on 2010-03-25 19:17

ขอบคุณครับผม
เป็นข้อมูลที่ดีมากๆ
แพนด้าจะไปทำบุญวันเกิดอ่ะครั็บbig smile
อ่านแล้วอยากไปทำสังฆทาน

ติดตรงเรื่อง 3 เวลา โดยเฉพาะก่อนซื้อของ (ชอบแพ็กเอง) จะเปรียบเทียบราคา แอบคิดว่าแพงไปไหมเนี่ย ที่บ้านยังใช้แค่อีกยี่ห้อนี้เอง แต่ของถวายพระต้องดีหน่อยนึงน่า.. จิตวุ่นวายตั้งแต่ตอนซื้อ

ตอนถวายไม่เท่าไหร่ เพราะว่าพยายามฟังพระท่านบอกว่าให้อาราธนาศีล และถวายสังฆทานอย่างไร

ส่วนตอนที่ถวายไปแล้ว ก็แอบภูมิใจ ซื้อของแปลกๆ ใส่ถุงไปด้วย ปากกา สมุดบันทึก แชมพู น้ำยาขัดห้องน้ำ.. ท่านจะเอาไปใช้หรือเปล่าหว่า.. นั้นไง ตัดไม่ได้อีกละ

sad smile
ขอบคุณมากเลยค่ะ
เป็นข้อมูลที่หาได้ยาก ดีจังจะได้รู้ว่าน่าจะถวายอะไรไปค่ะ

#9 By TaLgY on 2008-12-06 00:52

^
^
เจตนาดี เป็นบุญมาก ๆ ไม่บาปแน่นอนครับ

#8 By mahaoath on 2008-12-04 19:02

เคยไปถือศีล 8 ที่วัด
ก่อนลาศีลกลับบ้าน ก็มาจัดตู้ยาให้แม่ชีเป็นการส่งท้าย
ปรากฏว่าเจอยาแก้ไอที่ผสมสารเสพติด(ซึ่งปกติโรงพยาบาลจะสั่งจ่ายอย่างระมัดระวัง) เป็นยาอันตรายไม่พอ ท่าทางบ่งบอกว่าหมดอายุอีก รับทิ้งทันทีเลยค่ะ

แต่ลืมบอกแม่ชีอ่ะ...sad smile

บาปไหมค่ะ เอาของที่ไม่ใช่ของเราไปทิ้งโดยไม่บอกเจ้าของก่อน(แต่จริงๆก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของนะ มันเป็นตู้ยาสาธารณะสำหรับคนที่มาอยู่วัดถือศีล 8) ตอนนั้นแค่คิดว่า ยาตัวนี้หมดอายุแล้ว ยาตัวนั้นไม่มีชื่อยาแปะไว้ อยู่ตู้ยาไปก็อันตราย กลัวมีคนเข้าใจผิดหยิบมากินแล้วจะยุ่ง

#7 By kororo on 2008-12-04 18:48

Hot! ดีจังเลยค่ะ

#6 By ดาวถัดมา on 2008-10-16 18:00

ข้อมูลเพียบ
แถมมาจากพระเองแบบนี้จริงๆ แล้วดีมากเลยนะหลวงพี่
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่า จริงๆ แล้วพระต้องใช้อะไรบ้าง
ส่วนมากก็จะถวายถังเหลืองๆ กันไป เพื่อความสะดวก
ลืมนึกถึงประโยชน์ใช้สอยจริงๆ Hot!

#5 By MANA Cross on 2008-08-31 23:42

ตอบ #3
กระผมพลาดครีมโกนหนวดไปได้ไงไม่ทราบ ใช้อยู่แท้ ๆ ส่วนถุงขยะ ไม่ค่อยได้ใช้เพราะอาศัยถุงก๊อบแก๊บที่ใส่บาตรมา พัดลมก็เกินพอแล้วเลยไม่ได้พูดถึง ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ
เจริญธรรมครับ

#4 By mahaoath on 2008-08-31 18:07

ที่วัด เห็นพระใช้สบู่เหลวกันแทบทุกรูปเลยขอรับ

กระผมไม่ได้ติดอะไรมาก แต่ถ้ามันโผล่มาในถังสังฆทาน มันจะถูกเทเลพ็อตไปอยู่ในห้องน้ำกระผมด้วยความเร็วแสง

แต่ยังไม่ติดถึงขั้น ต้องออกไปหาซื้อมาใช้ขอรับ

สิ่งที่หาได้ยากยิ่งในสังฆทานใด ๆ ไม่ว่าแพ็คเกจเป็นถัง กะละมัง หรือถุงก๊อบแก๊บสังฆทาน คือ ถุงขยะ ครับ

ตั้งแต่บวชมาย่าง ๓ ขวบแล้ว ยังไม่เคยเห็นเลยสักถุงเดียวขอรับ ทั้งที่เป็นของต้องใช้ทุกวัน ต้องไปเดินช็อปเอง แบกผ้าเหลืองไป ทนสายตาเสียดสีที่ญาติโยมที่มองพระแปลก ๆ เวลาไปหาซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน

กระผมมันบวชไกลบ้านเสียด้วย ญาติโยมกว่าจะมากันได้ทีนึง ต้องจุดธูปแล้ว จุดธูปอีก

อีกอย่างที่อาจจะดูเว่อร์ไป แต่ถ้าถวายแล้วได้ใช้แหง่ม ๆ ก็ครีมโกนหนวด และไหนจะบอกแล้วก็ขอเพิ่มรายละเอียดสักหน่อย สำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่เคยมีหนวดให้โกนว่า ครีมโกนหนวดแบบโฟมนั้น ราคาถูกก็จริง แต่ใช้แป๊บเดียวหมดขอรับ ถ้าเป็นแบบเจล แม้จะดูมีราคาแพง แต่ใช้ได้นานมั่ก ๆ เลยครับ คุ้มค่าเกินราคาแบบโฟมไปหลายเท่า

ที่บอกเสียละเอียดยิบก็เพราะส่วนใหญ่ ผู้ชายไม่ชอบทำบุญครับ(เมื่อวานเมา ตื่นเช้าไม่ไหว) เกินร้อยละแปดสิบของคนมาวัด มักเป็นผู้หญิง กับคนแก่

อีกอย่างที่ไม่คิดว่า จะเป็นที่ต้องการเหล่าเพื่อนฝูงห่มผ้าสีเดียวกันขนาดนั้น คือ พัดลม ขอรับ

ขนาดเป็นวัดราช ที่ได้สังฆทานเดือนหนึ่งเกินร้อยถัง มีพัดลมมาถวายบ้างประปราย พระเณรยังแย่งกัน เป็นเจ้าของ ที่ได้มาแล้วสละสิทธิ์ ยังไม่เคยเห็นเลยขอรับ

เอ๊...ต้องอาบัติไปกี่ตัวแล้วหว่า

เจริญยิ่งในธรรมขอรับ ฯHot!

#3 By Dhammasarokikku on 2008-08-31 16:27

อนุโมทนาด้วยครับ ที่ทนอ่านมาได้จนจบ ยาวจริง ๆ ไม่รู้พิมพ์ไปได้ยังไง sad smile

#2 By mahaoath on 2008-08-30 18:25

Hot! เป็นข้อมูลที่ดีมากเลยHot!

#1 By นักเพาะ... on 2008-08-30 16:42




Recommend