มีคำถามถามว่า ธรรมะอะไรใช้ในการแก้ปัญหาโสเภณี หญิง-ชาย อาชีพโสเภณี หรือ การขายบริการทางเพศ ท่านว่าเป็นอาชีพที่เก่าแก่ มีมานมนานแล้ว แม้ในสมัยพระพุทธกาล เองก็มี โสเภณี ที่แปลตามสำนวนนักเรียนบาลีว่า หญิงงามนคร หรือ หญิงงามเมือง  ในสมัยนั้น เป็นอาชีพที่ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ เพราะ ต้องได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาทีเดียว แถมผู้ที่เป็นหญิงงามเมืองในสมัยนั้น ยังสามารถบรรลุคุณธรรมชั้นสูง เช่น นางสิริมา โสเภณีที่ได้ธรรมจักษุ บรรลุเป็นพระโสดาบัน
    
     ลองมาคิดกันดูเรื่องการแก้ปัญหารการขายบริการทางเพศ ด้วยหลัก เศรษฐศาสตร์พื้น ๆ   สมมติว่าเราต้องการขายของสักอย่าง เราจะขายอะไร แน่นอนว่าเราต้องขายสิ่งที่คนอื่น ต้องการซื้อ  ถ้าไม่มีความต้องการซื้อแล้วละก็ ของที่นำมาขาย ขายไม่ได้ คงต้องเลิกรากันไป หันไปทำอย่างอื่น ใช่ไหมครับ    ด้วยทฤษฎีง่าย ๆ นี้ แทนที่เราจะหาธรรมะ มาแก้ปัญหาผู้ขาย เราลองมาแก้ปัญหาด้วยการลดผู้ซื้อกันดูดีกว่า ที่มีผู้ซื้อบริการทางเพศอยู่ทุกวันนี้ เนื่องจากต้องการ รูป เสียง กลิ่น รส การถูกต้อง อย่างที่ตนเองคิดว่าดี มีความสุข  แต่ก็เป็นความสุขแบบหลอก ๆ ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ยั่งยืน แถมมีโทษมากอีกด้วย
 
      การซื้อบริการทางเพศเป็นอันผิดศีลข้อนี้หรือไม่ ในศีลข้อที่ ๓ ของศีล ๕ ห้ามมิให้มีการล่วงละเมิดในคู่ครองของคนอื่น หรือผู้อยู่ในความปกครองของผู้ อื่น อย่างเช่น ภรรยาหรือ สามี ผู้อื่น  ลูกในความดูแลปกครองของพ่อแม่  หรือว่าหญิงผู้มีอาชญา คือ พระราชากำหนดโทษผู้ที่ละเมิดต่อหญิงนั้นไว้     ในสมัยนางสิริมานั้น โสเภณี อย่างนางสิริมา ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง ดังนั้น ผู้ที่ซื้อบริการจากนางจึงไม่ผิดในเรื่องการละเมิด   แต่ปัจจุบัน โสเภณี ไม่ใช่อาชีพที่ได้รับอนุญาต มีการกำหนดโทษผู้ขาย และผู้ซื้อบริการไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น ถือได้ว่าการซื้อบริการทางเพศ เป็นการละเมิดศีลข้อที่ ๓ เต็ม ๆ ยิ่ง เป็นหญิง หรือ ชาย ที่ถูกล่อลวง ถูกบังคับ ให้ขายบริการด้วยแล้ว ยิ่งแน่นอนว่าผิดแน่
 
     ทีนี้ว่า ผิดศีลข้อ ๓ มีโทษอย่างไร  โทษไม่ใช่น้อยเลยครับ โทษมากมาย แบ่งเป็น
          ๑ ปัจจุบันภพ  เสียเงิน ซื้อของเสียเงินยังได้ของ แต่นี่เสียเงินไปเปล่า ๆ สนุกแค่แว๊บเดียว พอถึงวันจ่ายบัตรเครดิตก็หน้ามืด จ่ายขั้นต่ำอีกแล้ว เสียสุขภาพ  โรคประหลาด มากมายครับสมัยนี้ หรือปลอดโรค ก็ยังเสียสุขภาพอยู่ดี เช่น ไปเที่ยวกลางคืน ก็เสียเวลานอน ไม่มีเวลาพักผ่อน  เสียชื่อเสียง เคยเห็นข่าวนักการเมืองต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะความแตกเรื่องเที่ยวโสเภณี ไหมละครับ เสียครอบครัว ทางบ้านรู้เข้าบ้านแตกแน่ ฯลฯ
           ๒ ภพหน้า  ไปเกิดเป็นสัตว์นรก ต้องปีนต้นงิ้ว มีหนามแหลม ปีนช้าก็ถูกยมบาลเอาหอกไล่แทง ปีนถึงยอด มีกาปากเหล็กคอยต้อนรับอยู่ แถมตกมายังมีสุนัขไล่งับอีก  แค่นี้ก็ตายแล้ว  ตายทรมานด้วย  แต่ยังก่อน ไม่ใช่เท่านั้น สัตว์นรกอยู่ได้ด้วยกรรม ถ้ากรรมยังไม่หมด แค่ลมพัด ก็ฟื้นมาปีนกันต่ออีก
          ๓ ภพถัดไป หลังจากหมดกรรมในนรก ก็เป็นหน้าที่ของเศษกรรม ลักษณะการสมสู่โดยไม่สนใจเรื่องคู่เขา เมียใคร เป็นลักษณะของสัตว์เดรัจฉาน พวกนี้มันไม่สนใจหรอกครับ จะพ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา มันสมสู่ได้หมด เพราะมันไม่สามารถแยกแยะได้ ทำไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น เหมือนกันนักเที่ยวนั่นเอง ปล่อยให้สัญชาตญาณ นำหน้า เอาความรู้ผิดรู้ถูกไปไว้ไหนหมด เมื่อเหมือนกันอย่างนี้ ก็เป็นที่เชื่อได้เลยว่า หลังจากหมดกรรมใหญ่ในนรกแล้ว เศษกรรม ต้องนำมาเกิด เป็นสัตว์เดรัจฉานแน่ ดังธรรมภาษิตว่า " กัมมะโยนิ  เรามีกรรมเป็นกำเนิด  กัมมะพันธุ เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์"
          ๔ ภพถัด ๆ ไปอีก ไม่รู้ว่าอีกกี่ภพที่จะพ้นจากความเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่เมื่อถึงพบที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ละก็ ขั้นแรก ต้องเกิดเป็นหญิง ๕๐๐ ชาติ ก่อน  ผู้อ่านที่เป็นหญิง อาจติงว่า อ้าว เป็นหญิงมันผิดตรงไหน  ไม่ผิดหรอกครับ แถมสังเกตดู ผู้หญิงยังขยันทำความดีกว่าผู้ชายด้วยซ้ำไป  แต่ว่าเป็นหญิงแย่กว่าตรงที่ ต้องได้รับความทุกข์ทรมานมากกว่าผู้ชาย อย่างน้อยก็ ๒ เรื่อง คือ ความทรมาน จากการมีรอบเดือน คงไม่ต้องบอกนะครับว่าทรมานแค่ไหน กัน ความทรมานจากการตั้งครรภ์  ผู้ชายที่มีภรรยาแล้วลองถามเธอดูนะครับ ว่าเป็นไงบ้าง  หรือเด็ก ๆ ลองถามคุณแม่ดูก็ได้   หลังจากที่เป็นหญิง ๕๐๐ ชาติ ได้โอกาสกลับมาเป็นชาย ต้องประสบเหตุให้ถูกตอน ๗ ชาติ อ่านข่าวประเภทโดนภรรยาเจี๋ยน ยังไม่ชัดเจนว่ากรรมเก่า หรือกรรมใหม่ส่งผล แต่ถ้าประเภท ประสบอุบัติเหตุ ต้องตัดส่วนนั้นทิ้ง นี่ชัดเจนมาก สำนวนบาลีท่านว่า " ถูกถอนขึ้นซึ่งพืช " ครับ
 
          นี่แค่คร่าวเท่านั้นนะครับ ยังไม่แจงละเอียดยิบ แค่นี้ก็แหยง ไม่กล้าผิดศีลข้อกาเม ฯ แล้ว  จริง ๆ ปัญหาสังคมทุกอย่าง จะไม่มีถ้าทุกคนในสังคมรักษาศีล ๕ ถึงขนาดที่ว่า กฎหมาย กลายเป็นสิ่งเกินความจำเป็นสำหรับสังคมนั้น ๆ ทีเดียว ปัญหาจริง ๆ ความก้าวหน้าทางวัตถุ และการรับเอาวัฒนธรรมของต่างประเทศมาใช้โดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ ทำให้ห่างวัดกันไปทุกที  วันพระมีโยมมาทำบุญ ฟังธรรม ไม่เท่าไร เพราะติดงาน วันพระไม่ตรงกับวันหยุด จริง ๆ ก็เราเอง ที่เอาวันหยุด หนีวันพระ  สมัยโบราณเขาหยุดกันวันโกนวันพระ เดี๋ยวนี้หยุดกัน เสาร์อาทิตย์ เอาอย่างประเทศอื่นเขา ก็ว่ากันไป....
 
          ท้าย ๆ นอกเรื่องหน่อย ถือว่าเป็นของแถมครับ
 
           สาธุ บุญรักษาครับ
 

edit @ 27 Aug 2008 13:25:04 by mahaoath

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet






Recommend

Watch videos at Vodpod and more of my videos