ชายสามโบสถ์ คบไม่ได้  คำโบราณท่านว่าไว้  แต่ทำไมถึงว่า ชายเจ็ดโบสถ์น่าคบ

หลายต่อหลายคน เข้าในว่าคำว่า ชายสามโบสถ์ หมายถึง ผู้ชาย ที่ผ่านการบวช

เป็นพระภิกษุแล้ว ๓ หน เป็นคนคบไม่ได้  แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่อย่างนั้นเลย

ในคัมภีร์ธรรมบท ขุทกนิกาย ตอนหนึ่งกล่าวถึง ท่านจิตตหัตถเถระ ไว้ ก่อนที่ท่าน

จะบวชท่านเป็นชาวนายากจน เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนาด้วยเห็นว่าอาหาร

การกินบริบูรณ์ดี บวชได้สักพักพอร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี ก็สึกไปทำนา เป็น

อย่างนี้อยู่ ๖ ครั้ง ๖ ครา จนวันหนึ่งอสุภสัญญา ( คือการจำได้หมายรู้ว่าสิ่งที่เห็นว่า

สวยงามนั้น แท้จริงไม่สวยไม่งาม ) ที่เคยสั่งสมมา ทำให้ภรรยาของท่านปรากฏต่อท่าน

ประหนึ่งซากศพ ( ไม่ใช่เพราะเบื่อภรรยาแล้วหาข้ออ้างนะครับ เห็นเป็นศพขึ้นอืดจริง ๆ

เลย ) จึงได้ตัดสินใจสละโลก ออกบวชเป็นครั้งที่ ๗ ซึ่งครั้งนี้ท่านตั้งใจปฏิบัติอย่าง

จริงจังจึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์   เห็นไหมว่า ถ้าชายสามโบสถ์ หมายถึง บวช ๓ หน

คบไม่ได้แล้ว  ท่านจิตตหัตถ์ เป็นชาย ๗ โบสถ์เชียว แถมเป็นพระอรหันต์ด้วย จะไม่คบ

ได้อย่างไรละครับ


     ชายสามโบสถ์ ที่ท่านว่าคบไม่ได้นั้น มีผู้รู้ท่านสอนว่า หมายถึง คนที่เปลี่ยนศาสนา ๓ ศาสนา

เช่น พุทธ ไปเป็น คริสต์ แล้วไปเป็น อิสลาม  หรือ อิสลาม ไปเป็น พุทธ แล้วเป็น คริสต์  เป็นต้น

ท่านว่าไม่น่าคบ เราลองมาพิจารณากันดูว่า คนเราเปลี่ยนศาสนาเพราะอะไรบ้าง

๑ เพราะศาสนาเดิม ไม่ได้เลือกเอง  อย่างที่เรียกว่า นับถือตามทะเบียนบ้าน คือ เกิดมาในครอบครัว

ที่นับถือศาสนาใด ก็ลงไว้ในสำมะโนครัวก่อนเลยว่านับถือศาสนานั้น ไม่ได้ศึกษาให้เกิดศรัทธา

หรือความเชื่อในหลักคำสอนของศาสนา เมื่อมีเหตุปัจจัยเกิดขึ้นก็จะเปลี่ยนศาสนาได้โดยง่าย

๒ เพราะศาสนาเดิมแก้ปัญหาให้ไม่ได้ บางทีคนเราก็มีทุกข์ไปต่าง ๆ กัน ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร

ก็หันกลับมาที่ศาสนาตามทะเบียนบ้านของตน แต่บางทีก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อาจเพราะสุด

ความสามารถที่ศาสนานั้น ๆ จะให้คำตอบได้ หรือ แค่ยังไม่เจอกับศาสนบุคคล ที่สามารถนำหลัก

ศาสนามาแสดงวิธีแก้ปัญหา ทั้ง ๆ ที่คำตอบในศาสนาเดิมมีอยู่แล้ว    ในช่วงนั้นเขาอาจไปพบกับ

ศาสนาอื่น ที่ให้คำตอบได้ การเปลี่ยนศาสนาจึงเกิดขึ้น

๓ เพราะถูกบังคับ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม เช่นในสมัยล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก เป็นต้น

ผู้เผยแผ่ศาสนามาพร้อมกับกำลังทหาร ใช้กำลังบังคับให้เปลี่ยนศาสนา การแต่งงานกับผู้ที่นับถือ

ศาสนาอื่น บางศาสนากำหนดไว้ว่าห้าม แต่งงานกับคนนอกศาสนา ใครอยากแต่งงานด้วยต้องมา

นับถือศาสนาของตนก่อน หรือแม้กระทั่งถูกบังคับด้วยเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับคนยากจน ผู้เผยแผ่

อาจให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเป็นพิเศษกับผู้ที่ยอมรับศาสนาของตน เหล่านี้เป็นต้น

๔ เพราะฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด คือรู้เรื่องศาสนาอื่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้ว นำมาเป็นประเด็น

เคยได้ยินคนพูดกันว่า เดิมนับถือพุทธตามใบเกิด โตมาหน่อยย้ายไปอิสลามเพราะมีเมียได้ ๔ คน

พอแก่ ๆ ใกล้จะตาย จะย้ายไปคริสต์ เพราะล้างบาปได้ ได้ขึ้นสวรรค์ อย่างนี้นอกจากฟังไม่ได้ศัพท์

จับไปกระเดียดแล้ว ยังเห็นแก่ได้อย่างมากอีกด้วย

๕ เพราะได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ถึงหลักธรรมของทั้ง ๒ ศาสนา คือ ศาสนาเดิม และศาสนาใหม่

เปรียบเทียบกัน ชั่งน้ำหนัก พิจารณาแล้วว่า ศาสนาใหม่ดีกว่าศาสนาเก่า

    
     แต่ทั้งหมดนี้ รวมลงได้ในธรรมที่เรียกว่า วิจิกิจฉา หรือ ความลังเลสงสัย ลังเลสงสัยในหลักธรรม

คำสอนของศาสนาตน ว่าเป็นที่พึ่งที่อาศัย เป็นเครื่องกำจัดทุกข์ ได้จริงหรือไม่   หมดความสงสัย

เมื่อไร ไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนศาสนา แม้แต่การก้าวล่วงศาสดาของตนก็ไม่เกิด ตัวอย่างเช่น

สุปปพุทธะผู้เป็นโรคเรื้อนไปฟังธรรม ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ด้วยความที่ตัวเองเป็นโรคเรื้อน

 ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปในหมู่ชน นั่งฟังอยู่ห่าง ๆ พอได้ยินเสียงธรรม เมื่อฟังธรรมะของพระผู้มีพระภาค

เจ้าเกิดได้บรรลุโสดาบัน พระอินทร์เมื่อรู้ว่าสุปปพุทธกุฏฐิ ได้บรรลุโสดาบันแล้วนะ จะยังให้เกิดความ

อัศจรรย์ของพระศาสนา ก็เลยแปลงกายมาลองใจ แปลงกายมา แล้วก็มาถามสุปปพุทธะ นี่สุปปพุทธะ

เธอน่ะเป็นคนจนนะ ลำบาก เธอพูดอย่างนี้สิ ว่าพระพุทธเจ้าไม่มี พระธรรมไม่มี พระสงฆ์ไม่มี แล้วฉัน

จะให้ทรัพย์สมบัติมากมายแก่เธอ เธอจะเป็นเศรษฐี สุปปพุทธะไล่ตะเพิดไปเลย ไป ไป ไป แกมาว่าอะไร

ว่าฉันจน ฉันนี่รวย รวยอริยทรัพย์ ทรัพย์ภายใน ฉันเป็นสุขด้วยอริยทรัพย์นี่แล้ว ไป ไป ไปซะ จะให้ฉัน

พูดพระพุทธเจ้าไม่มี พระธรรมไม่มี พระสงฆ์ไม่มี ฉันไม่พูดหรอก เอาทรัพย์มากองท่วมหัวแค่ไหนก็ไม่พูด

ในทางพระพุทธศาสนา วิจิกิจฉา จะละได้ด้วยความเป็นพระโสดาบันเท่านั้น

ส่วนจะเป็นพระโสดาบันได้อย่างไร เป็นแล้วดีอย่างไร ไปอ่านกันที่ บินเดี่ยว..การผจญภัยในผ้าเหลือง

ของท่าน Dhammasarokikku ครับ

ย้อนกลับมาที่ ชายสามโบสถ์ หรือ สามศาสนา ไม่ดียังไง ถึงไม่น่าคบ ไม่อาจทราบความคิดของต้นตำรับ

คำคำนี้ได้ แต่ส่วนตัวแล้ว คิดว่าเพราะเป็นการแสดงถึงความโลเลอย่างมาก เปลี่ยนศาสนาหนเดียว

ไม่เเปลก เพราะศาสนาแรกมาพร้อมกับใบเกิดอยู่แล้ว  แต่จากศาสนาที่ ๒ ไป ศาสนาที่ ๓ นี่ซิ แสดงให้

เห็นเลยว่าแม้มีโอกาสเลือกศาสนาด้วยตนเองแล้วก็ตาม ยังกลับไปกลับมาได้ นับประสาอะไรกับเรื่องอื่น ๆ

แต่จะเปลี่ยนศาสนากี่ครั้ง จะเป็นชายหลายร้อยโบสถ์ก็ตาม ถ้าเป็นคนดี อาตมาคบทั้งนั้น


บุญรักษาครับ
๑๑ ส.ค. ๕๑
๑๓.๔๙ น.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet






Recommend

Watch videos at Vodpod and more of my videos